เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 เม.ย. 69 ร.ต.อ.เสวก ศรีแก้ว รอง สว.สอบสวน สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในป่ารก พื้นที่หมู่ 2 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.นาคพันธุ์ โพธา ผกก.สภ.ช้างใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลบางไทร และประสานเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ไปให้การสนับสนุน
ที่เกิดเหตุเป็นป่ากก สภาพถูกไฟไหม้ ห่างจากแคมป์คนงานก่อสร้างประมาณ 500 เมตร พบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ มีชิ้นส่วนของ กะโหลกศีรษะ แขน ขา และกระดูกส่วนต่างๆ กระจายอยู่
จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า คนงานที่เข้ามาหาปลาเป็นผู้พบโครงกระดูก ก่อนแจ้งผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ โดยระบุว่า หากไม่เกิดเหตุไฟไหม้ ป่าบริเวณนี้จะรกทึบจนไม่สามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งในพื้นที่เคยมีชายสูงอายุอายุกว่า 80 ปี หายตัวไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน

นางนิชาภา สัมมาสิทธิ์ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลเชียงรากน้อย เล่าว่า ทางกู้ภัยโทรฯ มาแจ้งว่าพบ จึงมาจุดดังกล่าว ก็เจอเป็นโครงกระดูก ซึ่งคาดว่าตอนนั้นไม่มีใครเห็นเพราะเป็นป่ารกเขียว จนเมื่อ 2-3 สัปดาห์ เกิดไฟไหม้ป่าดังกล่าวจนมีคนหาปลามาเจอ ซึ่งจากการที่พบโครงกระดูกก็น่าจะเสียชีวิตมานานแล้ว ซึ่งมีการแจ้งหายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นประชากรในหมู่บ้าน อายุ 80 กว่าๆ ตอนนี้ก็ยังไม่พบ ซึ่งตอนนี้ประสานลูกชายคนที่แจ้งหายไปให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งต้องรอตรวจดีเอ็นเอ อีกครั้ง ว่าตรงกันหรือไม่ เพราะเช็กจากแคมป์คนงานไม่มีใครหายไป และพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ใช่ให้คนนอกเข้ามาได้ และบ้านลุงที่หายไปก็ห่างไม่มากจากตรงนี้ ก็ต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา นายชูศักดิ์ กุหลาบศรี อายุ 65 ปี ลูกชายคนที่มีการแจ้งหายไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดินทางมายังจุดเกิดเหตุพร้อมเล่าว่า พ่อหายไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หลังจากรู้ว่าพ่อหาย ก็ไปแจ้งความและออกตามหา ไปดูกล้องรังสิต ดูกล้องตามจุดต่างๆ ก็ไม่เจอ ก็ยังคุยกันในบ้านว่าจะทำบุญให้พ่อ
แต่เมื่อ 2 วันที่แล้ว น้องสาวอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งก็เป็นบ้านที่พ่ออยู่ก่อนหายไป ว่าได้กลิ่นคนสูบบุหรี่ในบ้าน เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนมาเจอวันนี้ก็น่าคิดว่าเป็นไปได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะบ้านห่างจากจุดนี้ไม่ถึงกิโลเมตร ตอนนั้นตรงนี้รกมา เพราะพ่ออายุมาก ตอนนั้นก็หลงๆ ลืมๆ ขาก็ไม่คอยแข็งแรง ซึ่งปกติก็จะหายไปทุกวัน และเย็นตำรวจก็มาส่งหรือเหมารถกลับมาเองได้ เป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องตรวจดีเอ็นเอ อีกครั้ง เพราะมีการฝากดีเอ็นเอ ไว้ที่กระทรวงยุติธรรม ก็คงจะต้องตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความชัดเจนอีกว่าใช่พ่อที่หายไปหรือไม่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบให้เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ส่งโครงกระดูกที่พบไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี และเข้าสู่กระบวนการตรวจดีเอ็นเอ อย่างละเอียดอีกครั้งว่าใช่คนเดียวกับผู้ที่สูญหายหรือไม่ พร้อมทั้งจะขยายพื้นที่วงกว้างว่าพื้นที่ใกล้เคียงมีใครแจ้งหายเพิ่มเติมหรือไม่ต่อไป.



