เพชรบุรี เป็นเมืองหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องของอาหารการกินทั้งคาวและหวาน รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม มีวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่หาได้ในท้องถิ่น รวมถึงมีวัฒนธรรมการกินอาหารบางอย่างที่แตกต่างจากชาวเมืองอื่น
ข้าวแช่ อาหารชาววังตำรับเมืองเพชร วัฒนธรรมการกินข้าวแช่สืบทอดมาจากในวัง เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จมาประทับพระนครคีรี (เขาวัง) เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีเชื้อสายมอญได้ทำข้าวแช่ถวาย จากนั้นวัฒนธรรมการกินข้าวแช่จึงตกทอดสู่คนเมืองเพชร แม้จะเป็นอาหารชาววัง แต่คนเมืองเพชรบุรีได้นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่มาทำเป็นเครื่องเคียงแสนอร่อย

เครื่องเคียงข้าวแช่เมืองเพชร มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ ปลากระเบนผัดหวาน เนื้อปลากระเบนยีเป็นฝอยผัดกับน้ำตาลโตนดจนเหนียวได้ที่ หัวไชโป้ผัดหวาน หรือ หัวผักกาดเค็มผัดหวาน นำหัวไชโป๊ที่หั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ ผัดกับน้ำตาลโตนดให้รสชาติหวาน เค็ม และ ลูกกะปิ เครื่องเคียงที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบหลายอย่าง ได้แก่ เนื้อกุ้งสด กุ้งแห้ง ผสมกะปิ เครื่องสมุนไพรชนิดต่างๆ กระชาย หัวหอม ตะไคร้ พริกไทย ถั่วลิสงคั่ว มะพร้าวคั่ว น้ำตาลโตนด เกลือ นำส่วนผสมทุกอย่างโขลกให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เท่ากับปลายนิ้วก้อย ชุบไข่ที่มีส่วนผสมของไข่เป็ด แป้งข้าวเจ้า ทอดในน้ำมันให้เหลืองกรอบดูน่ารับประทาน
“ข้าวแช่” ทำจากข้าวเจ้าขาวนำไปต้มในน้ำเดือด ล้างน้ำขัดผิวนอกออกให้เหลือแต่แกนข้าว นำมานึ่งอีกครั้งก็จะได้เมล็ดข้าวสีขาวสวย รับประทานโดยใส่น้ำอบควันเทียน ลอยดอกมะลิ ดอกกระดังงาลนไฟใส่ลงไปน้ำข้าวแช่ให้มีกลิ่นหอม เวลาเสิร์ฟใส่น้ำแข็งในถ้วยข้าวแช่เพิ่มความเย็นสดชื่น
รสชาติและรสสัมผัสของการกินข้าวแช่ ให้รับประทานเครื่องเคียงก่อน จากนั้นจึงค่อยตักข้าวแช่ตาม จะได้ทั้งความหอม และความชื่นใจ ที่สำคัญไม่ควรตักเครื่องเคียงผสมกับข้าวแช่ เพราะจะทำให้เสียรสชาติความอร่อย และดูไม่น่ารับประทาน
เมืองเพชรบุรียังมีเมนูอาหารคาวหวานต่าง ๆ ให้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย ล้วนแล้วสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาคนเมืองเพชร รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่น ชูรสชาติอาหารทั้งรสหวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด รวมเป็น “รสเพ็ชร์” อาหารของคนเมืองเพชรที่อยากให้คนทั่วโลกได้ลิ้มลอง



