ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดบ้านสอนเชิง คริสตัล พาเลซ สบายเท้า 3-1 ทำสถิติคว้าชัยในลีก 3 นัดรวด พร้อมแซง แอสตัน วิลลา ขึ้นไปปรั้งอันดับ 4 ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่าแล้ว

เกมนี้ ลิเวอร์พูล ออกนำก่อน 1-0 เมื่อ อเล็กซิส แม็ค อัลลิเตอร์ ซัดบอลมาเข้าทาง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่แต่งบอลหนึ่งทีก่อนจะซัดจมตาข่ายในนาทีที่ 35 ซึ่งนับเป็นประตูแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บเมื่อเดือนธ.ค.เป็นต้นมา
จากนั้นนาทีที่ 40 เจ้าถิ่น จึงขยับหนีไปเป็น 2-0 จากการกดด้วยซ้ายของ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายจอมเก่า ที่เตรียมโบกมือลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบฤดูกาลนี้

ครึ่งหลัง พาเลซ ฮึดสู้ และตีไข่แตกไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 72 เมื่อ เฟร็ดดี วูดแมน นายทวารเจ้าถิ่น ออกไปเซฟประตูจากจังหวะดวลตัวต่อตัวกับ อิสไมลา ซาร์ ก่อนจะได้รับบาดเจ็บหัวเข่า และนอนกองอยู่กับพื้น แต่ผู้ตัดสิน แอนดี แมดลีย์ ไม่ได้เป่าหยุดเกมทำให้ ดาเนียล มูนญอซ แบ๊กขวาของพาเลซ สบโอกาสยกบอลข้ามตัว วูดแมน เข้าไปตุงตาข่าย จนทำให้ อาร์เนอ ชล็อต กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกอาการฉุกขาดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+6 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จากการกดฮาล์ฟวอลเลย์ของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ จอมทัพทีมชาติเยอรมนี
จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ “หงส์แดง” มี 58 คะแนนจาก 34 นัดเท่ากับ แอสตัน วิลลา แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่าจึงขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4 ส่วน วิลลา หล่นไปอยู่อันดับ 5 ด้าน พาเลซ มี 43 คะแนนจาก 33 นัดอยู่ที่ 13.
ภาพ AFP



