ปัจจุบันการดูแลปัญหาผิวหน้าและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะโปรแกรมโบท็อก (Botox) ที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในแง่ของการช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
บทความนี้จึงจะพาไปทำความรู้จักกันว่าโปรแกรมโบท็อกคืออะไร เหมาะกับใคร และโปรแกรมโบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง รวมถึงแนะนำข้อควรรู้ต่าง ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจข้อมูลพื้นฐานได้ครบถ้วนและเลือกดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม
โปรแกรมโบท็อก (Botox) คืออะไร?
โปรแกรมโบท็อก (Botox) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อในปริมาณที่เหมาะสม โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นชั่วคราว ส่งผลให้ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าดูจางลง และผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้น
นอกจากนี้ โปรแกรมโบท็อก (Botox) ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับรูปหน้า เช่น ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม หรือดูแลปัญหาอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ได้ด้วย โดยผลลัพธ์และความเหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
โปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
โปรแกรมโบท็อก (Botox) สามารถฉีดได้หลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจุดที่เหมาะสม ทั้งในด้านการดูแลริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือดูแลปัญหาเฉพาะทาง โดยจุดที่สามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกได้มีดังนี้
จุดฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณหน้า
การฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณใบหน้า เป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมักจะฉีดในจุดที่เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ฉีดโปรแกรมโบท็อกหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา เพื่อช่วยให้ริ้วรอยบนใบหน้าหรือปัญหาหน้าผากย่นดูจางลง
นอกจากการฉีดโปรแกรมโบท็อกลดริ้วรอยแล้ว ยังสามารถฉีดโปรแกรมโบท็อก (Botox) เพื่อลิฟกรอบหน้าได้ด้วย โดยจะฉีดไปยังบริเวณกรามเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ ทำให้รูปหน้าดูเรียวและสมส่วนมากขึ้น รวมถึงในบางกรณียังอาจใช้โปรแกรมโบท็อกฉีดปีกจมูก เพื่อลดขนาดปีกจมูกให้เล็กลงได้เช่นกัน ทั้งนี้ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละคน
จุดฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณลำตัว
โปรแกรมโบท็อกสามารถฉีดในบางบริเวณเพื่อช่วยดูแลปัญหาเฉพาะจุดได้ เช่น บริเวณน่อง สำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อน่องค่อนข้างใหญ่และต้องการให้ดูเล็กลง หรือโปรแกรมโบท็อกลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ที่ช่วยดูแลปัญหาเหงื่อออกมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
จุดฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะ
นอกจากด้านความงามแล้ว โปรแกรมโบท็อกยังสามารถนำมาใช้ดูแลปัญหาเฉพาะทางได้ เช่น ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) หรืออาการปวดศีรษะไมเกรนบางประเภท รวมถึงอาการกล้ามเนื้อเกร็งในบางจุด โดยการรักษาจะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เหมาะสมกับอาการของแต่ละคนและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
อันตรายของการฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ไม่ได้รับการรับรองมีอะไรบ้าง?

การฉีดโปรแกรมโบท็อก (Botox) ควรเลือกทำกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองเท่านั้น เนื่องจากการใช้ของปลอมหรือฉีดโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อร่างกายได้ โดยอันตรายจากการฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ไม่ได้รับการรับรอง มีดังนี้
- ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติ เช่น หน้าแข็ง ตึงผิดปกติ หรือแสดงสีหน้าได้ลดลง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดตำแหน่ง เช่น หนังตาตก มุมปากตก จากการกระจายของตัวยาไปยังจุดที่ไม่ต้องการ
- เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง เนื่องจากใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีสิ่งปนเปื้อน
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากอุปกรณ์หรือสถานที่ไม่สะอาดเพียงพอ
- ไม่เห็นผลลัพธ์ หรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน จากการใช้ตัวยาที่ไม่มีคุณภาพ
- อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ซึ่งต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงนานกว่าปกติ อาการปวดหรืออักเสบบริเวณที่ฉีด หรือมีอาการบวมช้ำที่ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติ
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดโปรแกรม Botox ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและเลือกทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมในระยะยาว
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ควรรู้
การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้การฉีดโปรแกรมโบท็อก (Botox) ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการปฏิบัติตามตัวก่อนและหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกที่แนะนำ มีดังนี้
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
- หลีกเลี่ยงยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี หรือ น้ำมันปลา (ตามคำแนะนำแพทย์)
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการโปรแกรม Botox
- แจ้งประวัติสุขภาพต่าง ๆ ทั้งการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่น ๆ บริเวณเดียวกันก่อนฉีดโปรแกรมโบท็อก เช่น เลเซอร์ผิวหน้า การทำทรีตเมนต์ หรือการกดสิว เพื่อลดการระคายเคืองของผิวบริเวณนั้น
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก
- หลีกเลี่ยงการนอนราบ โดยเฉพาะภายใน 3-4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
- งดนวด กด หรือสัมผัสบริเวณจุดฉีดโปรแกรม Botox แรง ๆ ในช่วงแรก เนื่องจากอาจทำให้ตัวยากระจายไปยังจุดที่ไม่ต้องการและส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวมได้
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ ในช่วง 1-2 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากอาจกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ตัวยากระจายได้มากกว่าปกติ
- ทำตามข้อปฏิบัติหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด และคอยสังเกตอาการผิดปกติ หากมีความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
โปรแกรมโบท็อก (Botox) ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าได้อย่างมั่นใจ ต้องที่ Dermaster Hospital
โปรแกรมโบท็อก (Botox) เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ปรับรูปหน้า และแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างหลากหลาย โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความเหมาะสมในแต่ละบุคคล ดังนั้นการศึกษาข้อมูลให้เข้าใจและเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลดูแลด้านความงาม Dermaster Hospital ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่มีการให้บริการภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมเลือกใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง อย. ในไทย รวมถึงมีแนวทางการออกแบบรูปหน้าแบบ Personalized เฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับโครงหน้าและความต้องการของแต่ละคนอย่างเหมาะสม และยังมี facility ที่เป็นส่วนตัวของ ห้อง เเละ การใช้เครื่องมือ sterile ที่สะอาดเทียบเท่าห้องผ่าตัด ตอนนี้ทาง Dermaster Hospital ยังมี โปรโมชั่น ราคา unit ละ 99 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Dermaster
- Line : @dermaster
- Instagram : @dermasterhospital
- Dermaster Hospital : 02-107-7789
- Ekkamai : 02-714-4471
- Chidlom : 02-253-9269
- Rama 9 : 02-246-0042



