จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ทุกคนรวมถึงคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงและดัชนีความร้อน (Heat Index) โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับสถานการณ์ฤดูร้อน ปี 2569 ตามแผนการจัดการความร้อนและเสริมสร้างความพร้อมของเมืองในระยะยาว รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อกำหนดนโยบาย กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวัง การเตือนภัย และลดผลกระทบจากภาวะความร้อนในเขตเมือง

เดินหน้าตาม ‘แผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569’

‘แผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569’ ของ กทม. มุ่งทำงานเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ลดความเสี่ยงจากภาวะเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองในระยะยาว หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ดำเนินการ คือ ระบบเฝ้าระวัง และเตือนภัยล่วงหน้า โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามค่าดัชนีความร้อนรายวัน พร้อมทั้งประสานกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลพยากรณ์อากาศและแนวโน้มคลื่นความร้อน แจ้งเตือนประชาชน พร้อมคำแนะนำการดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัวอย่างเหมาะสม ผ่านทุกช่องทางสื่อสารของ กทม. โดยประชาชนสามารถติดตามได้แบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK รวมถึงเพจเฟซบุ๊ก ‘สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร’ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ป้ายประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายชุมชนด้วยเช่นกัน
คนกรุงหนีร้อนมาพึ่งเย็น ‘ห้องหลบร้อน’ และ ‘จุดหลบร้อน’ ทั่วกรุงเทพฯ

กทม. เปิดให้บริการ ‘จุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot)’ และ ‘ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center)’ ตั้งแต่ 10.00-15.00 น. (วัน/เวลา ให้บริการอาจแตกต่างในแต่ละพื้นที่) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิพุ่งสูงและมีรังสี UV เข้มข้นที่สุด ทำให้เป็นโรคลมแดดหรือ Heat Stroke ได้ โดย กทม. กระจายให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด 2,806 จุด ได้แก่

- จุดหลบร้อนสวนสาธารณะ 48 สวน จำนวน 110 จุด
- จุดหลบร้อนสวน 15 นาที จำนวน 200 สวน จำนวน 242 จุด
- ห้องหลบร้อนในโรงเรียน จำนวน 255 ห้อง (แบ่งเป็นโรงเรียน 51 แห่ง และโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง)
- ห้องหลบร้อนศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 68 แห่ง
- ห้องหลบร้อนศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว จำนวน 76 แห่ง
- ห้องหลบร้อนศูนย์นันทนาการ กทม.
- ห้องหลบร้อนสำนักงานเขตทั้งหมด 50 แห่ง
- ศูนย์พักร้อน 24 ชั่วโมง ในโรงพยาบาลสังกัด กทม.

สำหรับ ‘จุดหลบร้อน’ และ ‘ห้องหลบร้อน’ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ประชาชนเข้าไปพักคลายร้อน ดื่มน้ำ หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนค้นหาจุดบริการหลบร้อนในสถานที่ต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th
สู้ภัย Heat Index ด้วยมาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ‘ดัชนีความร้อน’ ในทุกวันนี้ ไม่ได้มีเพียงในฤดูร้อน แต่กำลังเป็นวิกฤตสุขภาพของประชาชนที่เกิดขึ้นได้ตลอดปี กทม. จึงเดินหน้ารับมืออย่างเป็นระบบด้วยมาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาว ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนเพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน
‘มาตรการระยะสั้น: เฝ้าระวัง-แจ้งเตือนภัย’ ติดตามสถานการณ์ความร้อนอย่างใกล้ชิด โดยใช้ ‘ดัชนีความร้อน’ พร้อมเกณฑ์การแจ้งเตือน 4 ระดับ
1. ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) : 27.0–32.9°C ให้ดูแลสุขภาพทั่วไป
2. ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) : 33.0–41.9°C ให้ลดกิจกรรมกลางแจ้ง
3. ระดับสีส้ม (อันตราย) : 42.0–51.9°C ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
4. ระดับสีแดง (อันตรายมาก) : มากกว่า 52.0°C ให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด (เสี่ยงโรคลมแดด/Heat Stroke)

ความถี่ในการแจ้งเตือนในเดือนมีนาคม วันละ 2 ครั้ง เดือนเมษายน วันละ 3 ครั้ง (09.00, 11.00 และ 15.00 น.) ช่องทางการแจ้งเตือน ได้แก่ แอปพลิเคชัน AirBKK เว็บไซต์ กทม. เฟซบุ๊ก : ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ และป้ายจราจรอัจฉริยะ

กทม. ยังได้เพิ่มการดูแลกลุ่มเปราะบาง และผู้ใช้แรงงานกลางแจ้ง โดยจัดทีมเทศกิจและอาสาสมัครเยี่ยมกลุ่มเสี่ยง เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว ‘บ้านอิ่มใจ’ ปรับปรุงสถานดูแลผู้สูงอายุ (ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ/เครื่องฟอกอากาศ) คุมเข้มมาตรการดูแลแรงงานก่อสร้าง เพิ่มจุดพ่นละอองน้ำตามถนนสายหลัก และเปิดศูนย์ EOC (Emergency Operation Center) รองรับผู้ป่วยโรคลมแดดโดยเฉพาะ

‘มาตรการระยะยาว : ปรับผังเมืองเย็น แก้ที่ต้นเหตุ’ กทม. มุ่งปรับโครงสร้างเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการสะสมความร้อนในอนาคต ได้แก่ ปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 4) กำหนดพื้นที่น้ำซึมผ่าน เพื่อลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island) มาตรการ FAR Bonus (Floor Area Ratio Bonus) ส่งเสริมอาคารสีเขียว แนวคิดเมืองกะทัดรัด (Compact City) ลดการใช้รถยนต์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว-สีฟ้า (Green & Blue Infrastructure) อาทิ โครงการ ‘ถนนสีเขียว และ ‘คลองสีเขียว’ โครงการเพิ่มต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะและแนวทางเดิน สนับสนุนนวัตกรรมอาคารและวัสดุ เช่น หลังคาสะท้อนความร้อน (Cool Roof) พื้นผิวถนนลดการสะสมความร้อน (Cool Pavement) นอกจากนี้ ยังเดินหน้าจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการจัดการความร้อนในอนาคต ได้แก่ Heat-Risk Map (แผนที่จุดเสี่ยงความร้อน) และงานวิจัยพฤติกรรมสุขภาพร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)



