เมื่อวันที่ 28 เม.ย. สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ กรมศุลกากร นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยผลการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าครบชุดพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 27 ล้านบาท ว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายของรัฐบาล ในการยกระดับมาตรการการตรวจสอบสินค้า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการ ศุลกากร 2 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ร่วมตรวจสอบสินค้านำเข้า โดยสำแดงเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด จำนวน 4 รายการ ตรวจสอบพบสินค้าที่ไม่สำแดง ดังนี้

1.บุหรี่ไฟฟ้าครบชุดสมบูรณ์จำนวน 52,000 ชิ้น และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 100 แกลลอน น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,000 กิโลกรัม มูลค่า 5.56 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557

2.ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) หรือก๊าซหัวเราะ คละขนาด จำนวนรวม 126,226 กระบอก มูลค่า 21.27 ล้านบาท โดยไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

นายธนกฤต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรและสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จะเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังจัง เข้มงวดและต่อเมือง โดยจะไม่ยอมให้สินค้าดังกล่าวหลุดรอดไปสร้างความเสียหายต่อประชาชน