เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเหตุชายถูกรถไฟชนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตัดทางรถไฟแยกอโศก–ดินแดง จุดเดียวกับเหตุรถไฟชนรถเมล์ก่อนหน้านี้ไม่เกิน 800 เมตร โดยเมื่อไปถึงพบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว แต่บริเวณจุดเกิดเหตุยังพบร่องรอยคราบเลือดตกอยู่

อีกแล้ว! รถไฟเฉี่ยวชนคนย่านมะกะสัน เหตุข้ามรางปัสสาวะขากลับไม่พ้นหน้าพังยับ

เปิดสาเหตุรถไฟเฉี่ยวชนไรเดอร์สาหัส สวมหูฟังยืนปัสสาวะข้างราง

จากการสอบถามประชาชนและผู้เห็นเหตุการณ์ในพื้นที่ ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายอาชีพไรเดอร์ ก่อนเกิดเหตุได้จอดรถและเดินมาทำธุระส่วนตัวบริเวณริมรางรถไฟ ขณะนั้นสวมหมวกกันน็อกเต็มใบและใส่หูฟัง ระหว่างกำลังรูดซิปกางเกงและก้มหน้าทำธุระอยู่ ทำให้ไม่ได้ยินเสียงสัญญาณหรือเสียงรถไฟที่กำลังแล่นเข้ามา ก่อนถูกรถไฟชนเข้าบริเวณด้านหน้าอย่างแรงจนร่างล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส

นายสุนัน อายุ 45 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังยืนซื้อไก่อยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้ยินแม่ค้าตะโกนเสียงดัง จึงรีบหันไปมองและเห็นรถไฟกำลังวิ่งเข้ามา พร้อมกับพบชายคนหนึ่งซึ่งเป็นไรเดอร์ยืนอยู่ใกล้รางรถไฟ โดยสวมหมวกกันน็อกเต็มใบและใส่หูฟัง ลักษณะคล้ายกำลังก้มหน้ารูดซิปหรือทำธุระส่วนตัวอยู่ในจุดดังกล่าว และหันหน้าเข้าหารถไฟ

นายสุนัน เล่าต่อว่า จากนั้นรถไฟได้พุ่งชนเข้าที่ด้านหน้าของชายคนดังกล่าวอย่างจัง จนร่างกระเด็นล้มลงกับพื้น หลังเกิดเหตุผู้บาดเจ็บนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งและหมดสติ เบื้องต้นยังสามารถคลำชีพจรได้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพลิกร่าง เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่ออาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีกระดูกหักหรือบาดเจ็บภายใน กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพเดินทางมาถึงจึงช่วยกันพลิกร่างและถอดหมวกกันน็อกออก ก่อนพบว่ายังมีชีพจรอยู่และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

ผู้เห็นเหตุการณ์ยังเชื่อว่า หมวกกันน็อกแบบเต็มใบอาจช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ในระดับหนึ่ง พร้อมมองว่าหากผู้บาดเจ็บสวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่านี้

นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังสะท้อนว่า แม้จุดดังกล่าวจะไม่ใช่จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยใช้เป็นจุดข้ามทางรถไฟ รวมถึงใช้เป็นจุดแวะทำธุระส่วนตัวริมทาง โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์และผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องวิ่งงานเป็นเวลานาน เนื่องจากพื้นที่โดยรอบยังขาดจุดพักหรือห้องน้ำสาธารณะที่เพียงพอ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มความสูงรั้วกั้นหรือปรับมาตรการป้องกัน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามทางรถไฟและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำในอนาคต.