วันที่ 28 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบเรื่องพลังงานให้เป็นวาระแห่งชาติ และเห็นชอบโครงสร้างค่าไฟใหม่เฉพาะบ้านเรือนในส่วนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะคิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตั้งแต่ในรอบบิลเดือน มิ.ย. นี้ ครอบคลุมกว่า 20 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 90% ของครัวเรือนทั้งประเทศ

นอกจากนี้ยังได้หารือกันถึงประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงความกังวลของสังคม ประชาชนและภาคธุรกิจ การนำเงินจากกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ไปอุดหนุนช่วยกลุ่ม 200 หน่วยแรกนั้น ในเรื่องนี้ รัฐบาลเข้าใจความกังวล ผู้ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป และ 400 หน่วยขึ้นไป โดยกำลังพิจารณาเพื่อไม่ให้กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ จะพิจารณาให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยกระทรวงพลังงานกำลังพิจารณามาตรการ และหาแหล่งงบประมาณมาอุดหนุนต่อไป

ขณะเดียวกันวาระแห่งชาติด้านพลังงานเน้นเรื่องการบรรเทาผลกระทบราคาพลังงานผันผวน ส่งเสริมใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดูแลความเดือดร้อนประชาชน และพัฒนาศักยภาพ ลดการพึ่งพานำเข้าพลังงาน ส่วนการใช้พลังงานทางเลือกโดยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟ และรับซื้อคืนไฟฟ้าส่วนเกิน ในเรื่องนี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 29 เม.ย.เพื่อรับมาดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าและบริการในประเทศสูงขึ้น

รัฐบาลจึงเร่งกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น

1.มาตรการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน เช่น การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 

2.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงาน เช่น ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดการพึ่งพาระบบหลัก รวมถึงส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model และปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ให้เหมาะสม

3.มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน เช่น

  • การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 พร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ
  • ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED และระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว
  • การส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ (Public charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
  • ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนของเสียและวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อนำมาใช้ในการผลิตพลังงานสะอาดในรูปแบบของเชื้อเพลิงชีวมวล และก๊าซชีวภาพในภาคขนส่ง

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงสร้างค่าไฟใหม่ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก จะมีอัตราค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, ผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย จะได้รับอัตราค่าไฟฟ้า 3.95 บาทต่อหน่วย (อัตราค่าไฟใหม่ที่ได้ปรับขึ้น) และผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 401 หน่วยขึ้นไป คาดว่าเป็นการปรับอัตราใหม่แบบขั้นบันได จ่ายกว่า 5 บาทต่อหน่วย ซึ่งในส่วนนี้จะต้องรอสรุปอัตราใหม่อีกครั้ง