ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส ฟอร์มยังแกร่ง หลังเปิดรัง ปาร์ก เดส์ แพรงซ์ เชือด บาเยิร์น มิวนิค จากเยอรมนี แบบสุดมัน 5-4

เกมนี้ แฮร์รี เคน กดจุดโทษให้ บาเยิร์น บุกมานำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 17 ทว่า เปแอสเช ก็ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้อย่างทันควันจาก ควิชา ควารัตสเคเลีย ที่ลากบอลเข้าไปยิงเสียบเสาไกลอย่างสุดงามในนาทีที่ 24

จากนั้นนาทีที่ 33 เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1 เมื่อ อุสมาน เดมเบเล เปิดลูกเตะมุมให้ ชูเอา เนเวส โขกจมตาข่าย อย่างไรก็ตาม บาเยิร์น ไม่ยอมแพ้ และตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้จาก ไมเคิล โอลีเซ ในนาทีที่ 41

ต่อมาในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+5 เปแอสเช แซงขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2 จากการสังหารจุดโทษของ เดมเบเล

เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 56 ควารัตสเคเลีย มายิงประตูที่ 2 ของตัวเอง และเป็นประตูให้ เปแอสเช นำห่าง 4-2 ก่อนที่ เดมเบเล จะกระทุ้งเป็น 5-3 ในนาทีที่ 58

กระนั้น “เสือใต้” ยังไม่ถอดใจ และไล่ขึ้นมาเป็น 3-5 จากการโหม่งของ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ในนาทีที่ 65 และบี้ขึ้นมาเป็น 4-5 จากจังหวะที่ เคน วางยาวให้ หลุยส์ ดีอาซ เอาบอลลง และขยับหลอก มากินญอส ก่อนจะซัดจมตาข่ายในนาทีที่ 68

ช่วงเวลาที่เหลือทั้ง 2 ทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้อีก จบเกม เปแอสเช เปิดบ้านเชือด บาเยิร์น สุดมัน 5-4 และทำให้แมตช์นี้กลายเป็นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่มีการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เท่ากับเกมที่ เรนเจอร์ส แพ้ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 3-6 ในรอบตัดเชือก ฤดูกาล 1959/60 หรือ ตั้งแต่สมัยที่รายการนี้ยังใช้ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน คัพ.

ภาพ AFP