ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกัยนายบวรภัค ยานะนวล ชาวสวนทุเรียนและผู้ประกอบการล้งรับซื้อทุเรียนในพื้นที่ จ.จันทบุรี ออกมาเปิดเผยถึงมุมมองอีกด้านของเรื่องนี้ โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นเพราะชาวสวนไม่ขายผลผลิตทุเรียนให้ แต่อาจเป็นเพราะผลจากกลไกตลาดและช่วงเวลาของผลผลิต

นายบวรภัค อธิบายว่า ขณะนี้เป็นช่วงปลายของทุเรียนรุ่นแรก ทำให้ผลผลิตในตลาดเริ่มลดลง ประกอบกับสวนทุเรียนส่วนใหญ่ในจันทบุรีมักมี “ล้ง” หรือผู้รับซื้อรายใหญ่เข้าไปทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเจ้าของสวนตั้งแต่ก่อนผลผลิตจะตัดได้เป็นเดือน ส่งผลให้ทุเรียนจำนวนมากถูกจองล่วงหน้าไปแล้ว จึงไม่สามารถจำหน่ายให้กับผู้ซื้อรายอื่นได้ แม้จะเสนอราคาดีเพียงใดก็ตาม

นอกจากนี้ ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือการที่พิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท ซึ่งนายบวรภัคเผยว่า ตนก็ได้ติดตามไลฟ์ดังกล่าวเช่นกัน และมองว่าทุเรียนในราคานี้มีแนวโน้มจะเป็นทุเรียนเกรดต่ำ หรือที่เรียกกันในวงการว่า “เกรด D” หรือ “ป๊อกแป๊ก” ซึ่งมีคุณภาพไม่สมบูรณ์

“ต้นทุนทุเรียนจริง ๆ ตอนนี้เฉลี่ยเกือบ 200 บาทต่อลูกแล้ว การจะขายในราคา 100 บาท แทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงธุรกิจ” นายบวรภัคกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นทุเรียนคุณภาพดี ย่อมไม่มีทางหลุดมาขายในราคาดังกล่าว