สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่ากระทรวงการคลังมาเลเซียเผยแพร่เอกสารคำสั่งซึ่งลงนามโดยนายโยฮัน มาห์มูด เมอริกัน ปลัดกระทรวงการคลัง มีสาระสำคัญว่า การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาพลังงานจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านเงินอุดหนุนของรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมาก


มีการคาดการณ์ว่า ใช้จ่ายด้านเงินอุดหนุนของรัฐบาลในปีนี้จะพุ่งสูงถึง 58,400 ล้านริงกิต (ราว 481,897.13 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่างบประมาณ 15,000 ล้านริงกิต (ราว 123,770.32 ล้านบาท) ที่เคยอนุมัติไว้สำหรับปีงบประมาณ 2569 อย่างมหาศาล

ด้วยเหตุนี้ ทุกกระทรวงและหน่วยงานในสังกัดรัฐบาลมาเลเซีย จึงต้องทบทวนรายจ่ายในการดำเนินงานของปีนี้ และยื่นข้อเสนอแผนการปรับลดงบประมาณภายในวันที่ 15 พ.ค.ที่จะถึง


คำสั่งดังกล่าวเสนอมาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายหลายประการ รวมถึงการจำกัดเงินเดือนและค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ การปรับลดงบประมาณในส่วนของบริการ วัสดุสิ้นเปลือง และสินทรัพย์ลง 10% และการปรับลดงบประมาณสำหรับหน่วยงานตามกฎหมาย และบริษัทจำกัดโดยการรับประกันลง 20%


กระทรวงการคลังมาเลเซียระบุด้วยว่า ปัจจุบันรัฐบาลต้องใช้เงินถึง 7,000 ล้านริงกิตต่อเดือน (ราว 57,759.49 ล้านบาท) ในการสนับสนุนเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงและมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจากยอดใช้จ่ายก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP