นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และรักษาสิทธิผู้โดยสาร โดยมีเพดานค่าโดยสาร และยกเว้นค่าแรกเข้า เมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า ซึ่งจะเริ่มดำเนินการกับรถไฟฟ้าสายใหม่ รวมทั้งยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าในเขตเมืองสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี และในทางปฏิบัติจะประสานผู้ประกอบการให้ยกเว้นค่าโดยสารสำหรับผู้ที่มีความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร (ซม.) จากเดิม 90 ซม. ด้วย คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน พ.ค. 2569

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รถไฟ-รถไฟฟ้าดีเลย์ต้องชดเชย ให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้โดยสาร หากเกิดกรณีรถไฟล่าช้ากว่ากำหนด หรือถูกยกเลิกเที่ยววิ่ง รวมถึงผู้ประกอบการต้องจัดทำประกันภัยอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต และร่างกายของผู้โดยสาร วงเงินไม่น้อยกว่า 5 แสนบาทต่อคนต่อครั้ง ซึ่งหลังจากนี้ต้องออกกฎกระทรวง คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2-3 เดือน ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (คาดเปิดใช้ปี 2571) และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เพื่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์และสนับสนุนเศรษฐกิจ ที่สำคัญจะมีการเปิดกว้างให้ภาคธุรกิจ ในนโยบายที่ให้โอกาสเอกชนเข้าใช้โครงสร้างพื้นฐานทางรางร่วมกันได้ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบกิจการ 5 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน เพิ่มความถี่ขบวนรถให้เพียงพอต่อความต้องการ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวม รวมถึงให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตต่างๆ อาทิ ใบอนุญาตให้แก่ผู้ประจำหน้าที่ (พนักงานขับรถไฟ/รถไฟฟ้า/รถไฟความเร็วสูง/พนักงานควบคุมการเดินรถ) เป็นเวลา 5 ปีด้วยเช่นกัน