เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 นายยุทธนา ศรีตะบุตร สส.หนองคาย เลขาธิการพรรค และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการทำงานร่วมรัฐบาลที่พรรค พปชร. ไม่ได้ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีและไม่ได้รับการจัดสรรประธานกรรมาธิการ ว่า ในฐานะที่เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลสมัยที่แล้ว เป็นประเพณีที่เราต้องไปกับรัฐบาล และเราได้ดำเนินตามเจตจำนงของประชาชน ในการเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลัก และเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งทางการเมือง ก็จะพัฒนาในโอกาสต่อไป พรรคยอมรับในจุดนี้ ในด้านหลักการพรรค ทำครบถ้วนแล้วที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย 

เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการทำงานในตำแหน่งกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ในสภาผู้แทนราษฎรนั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว หัวหน้าพรรค ได้ยื่นความประสงค์เป็นคนสุดท้าย และเป็นไปตามประเพณีว่าใครถนัดด้านใด ส่วนการจัดสรรลงตำแหน่ง ก็จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งในวิปรัฐบาล โดยตำแหน่งในวิปรัฐบาลพรรคได้รับการจัดสรรมา 1 ตำแหน่ง และส่งรายชื่อไปแล้ว แต่ต้องใช้เวลาในการจัดสรร เนื่องจากบางกรรมาธิการมีผู้ส่งรายชื่อถึง 70 คน ทั้งนี้คาดว่าสัปดาห์หน้าวิปรัฐบาล จะเรียกมาหารือเพื่อจัดสรรหรือขยับตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนการส่งบุคคลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค นายยุทธนา กล่าวว่า มีบุคลากรของพรรคให้ความสนใจ คือ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรค พปชร. และจากการพูดคุยกับหัวหน้าพรรค มีความชัดเจนว่าพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ และเพิ่งผ่านการเลือกตั้งใหญ่มา ยังอยู่ในช่วงของการทำให้พรรคเข้มแข็ง

นายยุทธนา กล่าวว่า จากการพูดคุยกับ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 30 เม.ย.ที่ ผ่านมา ว่าหากจะลงมีสมัคร มีแนวโน้มว่าต้องลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งเจ้าตัวจะต้องไปพูดคุยกับหลายฝ่ายและต้องไปสอบถามว่าสุดท้ายการเจรจากับฝ่ายต่างๆ จะเป็นอย่างไร และเท่าที่ทราบเห็นว่ายังไม่ลงตัว 

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค พปชร. จะยังสู้อยู่หรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า ในเวลานี้ยังยืนยันตามเจตจำนงและเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพรรค เพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอายุทางการเมืองยังเหลือวาระอีก 3 ปีกว่า และอายุของหัวหน้าพรรคและ สส. ในพรรค ยังสามารถที่จะทำงานการเมืองได้.