เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 พ.ต.ท.ธนวา สองวิหค สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณบ้านพักริมถนนเลียบคลองชลประทาน บ้านหม้อ-บ้านลาด (คลองสุเอซ) หมู่ 2 ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่บริเวณประตูทางเข้า 1 ปลอก และภายในบ้านอีก 2 ปลอก พร้อมหัวกระสุน 1 หัว ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคือ นายอรรถสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่ก้นและน่องซ้ายอย่างละ 1 แผล และมีรอยกระสุนถากบริเวณหน้าอกเสื้อเป็นรอยช้ำแดง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสิรดนัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ ของผู้บาดเจ็บ ได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบถาม บิดาของผู้บาดเจ็บ หรือปู่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า พ่อลูกคู่นี้มักจะมีปากเสียงและโต้เถียงกันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุนายสิรดนัย ขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้าน และเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ก่อนที่หลานชายจะชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ผู้เป็นพ่อจนล้มฟุบได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี ได้กระจายกำลังออกติดตามและกดดันอย่างหนัก เพียง 1 ชั่วโมง นายสิรดนัย ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวที่โรงพัก พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ดัดแปลงขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสิรดนัย เปิดใจทั้งน้ำตาว่า เป็นลูกของนายอรรถสิทธิ์ กับภรรยาเก่า ปัจจุบันพ่อมีครอบครัวใหม่แล้ว ที่ผ่านมาตนมักจะถูกพ่อหาเรื่องด่าทอและลงมือทำร้ายร่างกายเป็นประจำอย่างรุนแรง เคยถูกพ่อใช้เท้ากระทืบเหยียบกดลำคอจนแทบหายใจไม่ออก และเคยถูกใช้ปืนจ่อศีรษะข่มขู่ ซึ่งยอมทนมาตลอดและไม่เคยโต้ตอบเลยสักครั้ง กระทั่งเมื่อช่วงเช้า พ่อโทรศัพท์มาสั่งให้ตนนำรถจักรยานยนต์ของน้องชายคนเล็ก น้องคนละแม่ ที่ตนยืมไปขนหญ้าให้วัวมาคืน เมื่อขี่รถมาคืนกลับถูกพ่อด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงและทำท่าจะปรี่เข้ามาทำร้ายร่างกายอีก นาทีนั้นรู้สึกกดดันจนสติหลุดและสุดจะทน จึงชักปืนที่พกติดตัวไว้ป้องกันตัวยิงสวนใส่พ่อไปหลายนัด ก่อนจะขี่รถหนีไปด้วยความตกใจ เมื่อตั้งสติได้และสำนึกผิด จึงรีบติดต่อญาติให้พากลับมามอบตัวกับตำรวจ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสิรดนัยไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด แต่ผลการตรวจไม่พบสิ่งเสพติดใดๆ ในร่างกาย พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหาหนัก รวม 3 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป



