สวัสดีวันหยุดในเดือนที่ 5 ของปี กับสารพันข่าวสารยานยนต์ไปกับ อ้วนซ่า แอบซิ่ง อีกเช่นเคย ในวันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวในต่างประเทศไปสดๆร้อนๆ และสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ นั่นก็คือ “เมอร์ซีดีส เบนซ์ ซี-คลาส อีวี” (Mercedes Benz C-Class EV)

นี่คือรถซี-คลาส รุ่นแรกที่เปิดตัวมาด้วยระบบไฟฟ้าล้วน พร้อมกับไวยากรณ์การออกแบบใหม่ถอดด้าม สิ่งแรกที่เตะตาและสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทันทีเห็นจะไม่พ้นงานออกแบบกระจังหน้า ที่เป็นการผสมกระจังหน้า 2 แบบที่เคยทำมาในอดีตเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ กระจังแบบ “ดาวลอย” ที่กระจังมีสัดส่วนค่อนข้างหนาใช้ในรถรุ่นมาตรฐาน และแบบ “ดาวจม” ที่เป็นดาวขนาดใหญ่วางอยู่ในกระจังหน้าทรงนอนยาวในรถที่มีบุคลิกสปอร์ต กลายมาเป็นกระจังหน้าแบบใหม่อย่างที่เห็นได้ในภาพประกอบ

แน่นอนว่าเนื่องจากรถ ซี-คลาส รุ่นใหม่นี้เป็นรถไฟฟ้า มันจึงเป็นกระจังหลอก แต่ก็โดดเด่นด้วยการใช้ดวงไฟขนาดเล็กมากมายสร้างเป็นภาพของกระจังหน้า พร้อมเครื่องหมายการค้าดาวสามแฉกขนาดใหญ่โดดเด่นเตะตา ชนิดที่ไม่มีทางมองเห็นผิดไปได้ว่านี่คือรถ “เมอร์ซีดีส เบนซ์” เรียกว่า “ตะโกน” มาแต่ไกล อ้วนซ่ายอมรับตรงๆว่าไม่ชอบการออกแบบกระจังนี้เลยแม้แต่น้อย และอยากจะเห็นเวอร์ชั่นที่ “ไม่มีดาว” กลางกระจังหน้า ที่ตะโกนน้อยกว่าแบบที่เปิดตัวมา แต่ก็เชื่อว่าสิ่งที่ทำมาแล้วนี้น่าจะถูกใจบางตลาด โดยเฉพาะตลาดจีน ที่เป็นตลาดสำคัญของรถไฟฟ้านั่นเอง

นอกเหนือจากกระจังหน้าแล้ว เมอร์ซีดีส เบนซ์ก็ยังจัดองค์ประกอบดาวสามแฉกทั่วคันให้คุณไม่ต้องสงสัยว่านี่คือรถยี่ห้ออะไร ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย จนต้องตั้งคำถามว่ามันจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ? แต่ถ้าพิจารณาจากวงการรถไฟฟ้าจีน ที่พร้อมจะ “เลียนแบบ” รูปทรงรถคันไหนก็ได้ที่ขายดี การนำเอาองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์และเครื่องหมายการค้ามาใช้ คือสิ่งเดียวที่สร้างภูมิคุ้มกันการโดนก็อปปี้ได้นั่นเอง เพราะหากพิจารณาตัวรถที่เห็นได้ว่า มีรูปทรงค่อนข้างจะลู่ลมในแนวสปอร์ต อันเป็นพิมพ์นิยมของรถไฟฟ้า ที่ดูแล้วคล้ายกันไปหมดทั้งตลาด การสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ ดูจะเป็นสิ่งจำเป็นของการออกแบบรถคันนี้ขึ้นมา

สำหรับภายในห้องโดยสารนั้น สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือ ไวยากรณ์การออกแบบภายในร่วมสมัยของแบรนด์เมอร์ซีดีส เบนซ์ถูกนำมาใช้แบบเต็มที่ นั่นก็คือ การออกแบบแผงแดชบอร์ดที่เป็นจอยาวเต็มซ้ายจรดขวา หรือที่เรียกว่า จอ MBUX แบบไฮเปอร์สกรีน ที่ริเริ่มใช้ในรถตระกูล “อีคิว” (EQ) ก่อนหน้านี้ ซึ่ง ซี-คลาส ไฟฟ้าก็รับมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยในรุ่นท็อปจะมาในจอยาว จอเดียวขนาด 39.1 นิ้วพร้อมกับชื่อใหม่ว่า “ซุปเปอร์สกรีน” (Superscreen) ส่วนรุ่นรองๆลงมาก็จะเป็นจอยาวเช่นกัน แต่ภายในแบ่งออกเป็นสามส่วน

แน่นอนว่ามันถูกสร้างมาเป็นรถไฟฟ้าล้วน ดังนั้นพื้นห้องโดยสารจะเรียบ และโอ่อ่าด้วยฐานล้อที่ยาวเกือบ 3 เมตร ทำให้มันเป็น ซี-คลาส ที่โอ่โถงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมาพร้อมการจัดการแสงสีเสียงระดับไฮเอนด์ จากการทำงานร่วมกันของหลังคากระจก ที่มาพร้อมเพดานดาวเรืองแสง 162 ดวงที่จะสร้างบรรยากาศยามค่ำคืนที่สวยงามให้กับคุณ

สำหรับขุมกำลังรุ่นเปิดตัว แน่นอนว่าต้องจัดหนักไว้ก่อน เปิดตัวด้วยรุ่น C400 4Matic มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 489 แรงม้ากับแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ความจุ 94 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบส่งกำลังแบบ 2 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมทำอัตราเร่ง 0-100 ใน 4.0 วินาที กับความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร/ชม. กับระยะทางวิ่งที่ไกลเหลือเฟือ 762 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP นอกจากนั้นระบบช่วงล่างยังเป็นแบบถุงลม ช่วยให้วิ่งนุ่มแน่นเกาะถนนแน่นอน

ถ้าไม่ติดเรื่องกระจังหน้า บอกเลยว่านี่คือ ซี-คลาส ที่น่าใช้ที่สุด เพราะใหญ่โต โอ่โถง และล้ำสมัย สุดท้ายแล้วอยู่ที่ตัวคุณเองแล้วขอรับ!







