เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์ลงแฟนเพจ “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” โดยแฉยุทธศาสตร์สกปรก ทำไม “คนละครึ่งพลัส” ถึงกลายเป็น “เบ็ดมรณะ” ของมิจฉาชีพ
โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ระบุข้อความว่า “ทุกคนสงสัยเหมือนที่ผมสงสัยไหมครับ ในขณะที่มีข่าวว่าโครงการของรัฐทำเงินสะพัดหลายสิบล้านในวันเดียว แต่ในมือถือเรากลับเต็มไปด้วยข้อความเตือนภัยมิจฉาชีพ ที่อ้างชื่อโครงการคล้ายๆ กัน ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ผมขอพาไปกางข้อมูลจริงปะทะข้อมูลปลอม พร้อมตีแผ่ยุทธศาสตร์สกปรก ที่มิจฉาชีพใช้เล่นงานเราในปี 2026 นี้ครับ”

นอกจากนี้ “กลยุทธ์มิจฉาชีพ” เขาหลอกเรายังไง คือ “มิจฉาชีพไม่ได้มาแบบสุ่มครับ แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า “Manufactured Urgency” หรือการสร้างความเร่งรีบปลอมๆ บนความสงสัยของประชาชน โดยใช้ช่องว่างของเวลา ซึ่งมิจฉาชีพรู้ว่าคนกำลังรอโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (คนละครึ่ง) จึงส่ง SMS หรือทักแชทมาหาคุณพร้อมลิงก์ โดยอ้างว่าเป็น “รอบลงทะเบียนล่วงหน้า” หรือ “วิธีกดรับสิทธิก่อนใคร” ซึ่งจะปลอมแปลงความน่าเชื่อถือ โดยมีการใช้รูปภาพที่ตัดต่อจากรายการข่าวจริง หรือใช้ AI เลียนเสียงผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เพื่อบอกขั้นตอนการลงทะเบียนที่ต้องคลิกลิงก์เท่านั้น นอกจากนี้ จุดจบ คือ ความสูญเสีย เมื่อคุณคลิกลิงก์นั้น จะนำไปสู่หน้าเว็บปลอมที่ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน หรือแม้กระทั่งหลอกให้ติดตั้งแอปฯ เพื่อรีโมทเข้ามาดูดเงินในบัญชีของคุณครับ”

โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย” ของจริงเริ่มแล้ววันนี้ นี่คือโครงการที่สร้างปรากฏการณ์เงินสะพัดกว่า 33.7 ล้านบาท ตั้งแต่วันแรก (1 พ.ค.)
-รูปแบบ: เป็นการเปิด “จุดจำหน่ายสินค้าราคาถูก” ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ (จัดทุกวันศุกร์ ตลอดเดือน พ.ค.)
-สินค้า: เน้นของจำเป็น เช่น น้ำมันพืช, ไข่ไก่, ข้าวสาร และสินค้า OTOP/SME ลดราคาสูงสุดถึง 58-86%
-ยุทธศาสตร์พิเศษ: มีการดึง “รถพุ่มพวง” เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าน้ำมัน เพื่อให้กระจายสินค้าราคาถูกเข้าถึงชุมชนลึกๆ ได้จริง
นอกจากนี้ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ “คนละครึ่งพลัส” ของจริงแต่ยังไม่เปิด อันนี้แหละครับ ที่เป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพนำไปทำลิงก์ปลอม เพราะประชาชนกำลังรอความชัดเจนอยู่”
โดย “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” สรุปข้อเท็จจริงมาให้ ดังนี้
-สถานะปัจจุบัน: ยังไม่เปิดลงทะเบียน (คาดว่าจะเปิดกลางเดือน พ.ค. และเริ่มใช้จริง 1 มิ.ย. 2569)
-สิทธิที่จะได้รับ: วงงินรวม 4,000 บาท (แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน)
-เงื่อนไขสำคัญ: รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% และต้องใช้จ่ายผ่าน แอปฯ เป๋าตัง เท่านั้น (ไม่มีการส่งลิงก์ให้กดผ่าน SMS)
อีกทั้ง “ทำไมถึงล่าช้า รัฐบาลแจ้งว่ากำลังรอความชัดเจนเรื่องการจัดสรรงบประมาณ จึงยังไม่มีการเปิดระบบใดๆ ในขณะนี้ครับ ใครเจอลิงก์ให้กรอกข้อมูลตอนนี้ คือ ปลอม 100%”
โดยส่องยุทธศาสตร์โลก เขาจัดการเรื่องนี้กันอย่างไร?
1.สิงคโปร์ (Digital Identity): ใช้แอปฯ Singpass ที่ผูกกับฐานข้อมูลรัฐอย่างแน่นหนาในการรับสิทธิต่างๆ มิจฉาชีพแทรกซึมยากเพราะระบบยืนยันตัวตนแข็งแกร่งมาก
2.ฝรั่งเศส (Price Cap): ใช้วิธี “เพดานราคาสินค้าพื้นฐาน” ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป รัฐอุดหนุนส่วนต่างให้ผู้ประกอบการ ประชาชนซื้อของถูกได้ทันที โดยไม่ต้องรอลงทะเบียนหรือกลัวลิงก์ปลอม
อย่างไรก็ตาม “มุมมองทางยุทธศาสตร์โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ตัวเลข 33.7 ล้านบาท บอกเราว่าคนไทยต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ Communication Gap หรือช่องว่างการสื่อสารของรัฐที่ตั้งชื่อโครงการคล้ายกันเกินไป คือ ประตูบานใหญ่ที่เปิดรับมิจฉาชีพเข้ามาเล่นงานเราครับ และ สิ่งที่ต้องจำ คือ ของจริงต้องไปที่อำเภอ หรือใช้แอปฯ เป๋าตัง เท่านั้น ถ้ามีลิงก์ส่งมาหาใน SMS คือ ปลอม 100% ครับ”
ขอบคุณข้อมูล : ณัฏฐ์ มงคลนาวิน



