เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 69 พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2 พร้อมด้วย ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด. สนธิกำลังร่วมกับ สำนักการข่าว กอ.รมน., ขกท.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, สำนักปราบปราม ป.ป.ส., กก.3 บก.ปส.2 อุดรธานี และสำนักปราบปรามยาเสพติด ปป.4 รวมถึง ชปพ.ศอ.ปส.ทร.(นสร.กร.) สกัดจับกุมรถกระบะโตโยต้าสีเทา หมายเลขทะเบียน ยง 6434 ขอนแก่น ขณะขับรถมาในเส้นทางถนนหมายเลข 12 มุกดาหาร-ยางตลาด โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้โอกาสขณะติดไฟแดง ได้ใช้อุปกรณ์สกัด STOP STICK สกัดรถไว้ ก่อนที่รถเป้าหมายจะรู้ตัวและเร่งเครื่องหลบหนี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่รถเป้าหมายจะเลี้ยวซ้ายเลียบคลองชลประทาน บ้านดอนยูงสวรรค์ หมู่ที่ 17 ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และจนมุมในที่สุด

พ.ต.อ.คณิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย และของกลางยาบ้าซุกซ่อนในรถ รวม 606,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งการจับกุมดังกล่าวเป็นการสืบสวนสอบสวนหลังได้รับแจ้งว่ากลุ่มขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติเตรียมลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาในเขตพื้นที่ จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยวิ่งบนถนนถีนานนท์ (ถนนหมายเลข 12) ผ่านหน้าสถานีตำรวจภูธรยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จึงสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด ต่อมาเมื่อรถยนต์คันดังกล่าวแล่นถึงบริเวณสี่แยกยางตลาด เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด ก่อนสามารถสกัดจับได้บริเวณถนนไม่มีชื่อริมคลองชลประทาน

รอง ผบก.ตชด.ภ.2 กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นภายในรถยนต์ พบยาบ้าบรรจุในถุงสีดำซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องโดยสารด้านหลังคนขับ จำนวน 3 ถุง รวมประมาณ 606,000 เม็ด พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายรัชพล แก้วโสภา อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 244 หมู่ 4 ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ น.ส.ณัฐนรี แสนสุมา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 90 หมู่ 16 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชาวลาว ให้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน 30,000 บาทต่อครั้ง และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง

พ.ต.อ.คณิต กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป



