สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า เนื่องจากวิกฤติระดับโลกทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และงบประมาณจากผู้บริจาคลดลง สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และพันธมิตรจึงพบว่า การรักษาระดับการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มประชากรผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดของโลก กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากขึ้น

ยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุว่า แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากการที่ชาวมุสลิมโรฮีนจาประมาณ 150,000 คน อพยพเข้าบังกลาเทศตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 เพื่อหลบหนีความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกครั้งในเมียนมา ขณะที่สหรัฐและบางประเทศในยุโรป ตัดเงินทุนความช่วยเหลือระหว่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนที่แล้ว ยูเอ็นและรัฐบาลบังกลาเทศ เปิดการระดมทุน 710.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23,230 ล้านบาท) เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับอาหาร ที่พักพิง การดูแลสุขภาพ การศึกษา และบริการคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม การระดมทุนครั้งนี้ ซึ่งลดลง 26% จากปีที่แล้ว ยังได้รับเงินสนับสนุนเพียงประมาณ 60% เน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

“ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวโรฮีนจาถูกขับไล่ออกจากบ้านของพวกเขาในรัฐยะไข่ของเมียนมา โดยบังกลาเทศให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยที่อพยพเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง” ยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุเสริม

นอกจากนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์ยังเตือนว่า หากปราศจากการสนับสนุนจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง สภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ ก็อาจเลวร้ายลงอีก พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้บริจาคสนับสนุนชาวโรฮีนจาต่อไป จนกว่าพวกเขาจะสามารถเดินทางกลับเมียนมาได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี.

เครดิตภาพ : REUTERS