เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ “เอก สายไหมต้องรอด” เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบเรียกเก็บดอกเบี้ยโหด พร้อมข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยบังคับว่าหากไม่จ่ายดอกเบี้ย ให้ใช้ร่างกาย “ขัดดอก” แทน จนเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก

นางสาวเอ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2568 ได้รู้จักกับชายรายหนึ่งที่ร้านเหล้า ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ โดยครั้งแรกกู้เงินจำนวน 5,000 บาท มีเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาท (คิดเป็นเดือนละ 6,000 บาท) ซึ่งตนพยายามส่งดอกเบี้ยมาโดยตลอด

ต่อมาเมื่อประสบปัญหาทางการเงิน จึงกู้เงินครั้งที่ 2 เพิ่มอีก 5,000 บาท รวมเป็นยอดหนี้ 10,000 บาท ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเป็นวันละ 400 บาท (หรือเดือนละ 12,000 บาท) อย่างไรก็ตาม ในการกู้ครั้งที่ 2 นายทุนได้ตั้งเงื่อนไขให้ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอเปลือยกาย เพื่อใช้เป็นหลักประกัน หากไม่ทำจะไม่ให้กู้ ตนจึงจำใจยอมเนื่องจากไม่มีทางเลือก

นางสาวเอ ระบุอีกว่า หลังจากส่งดอกเบี้ยมาได้ระยะหนึ่ง ต่อมาเกิดปัญหาขาดส่งเพียง 4 วัน นายทุนจึงเรียกไปพบอ้างว่าจะคุยเรื่องหนี้ แต่กลับบังคับให้ “เอาตัวขัดดอก” แทน โดยข่มขู่ว่าหากไม่ยอมจะนำคลิปไปเผยแพร่ ตนจึงต้องยอมทำตามด้วยความกลัว ต่อมาเมื่อมีการทวงหนี้อีกครั้งและตนปฏิเสธไม่ไปพบ ก็ถูกข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปประจาน และจะขายหนี้ต่อให้หนี้นายทุนรายอื่นที่โหดกว่าเดิม พร้อมบังคับให้ไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเพื่อใช้หนี้แทน

นอกจากนี้ นายบี (นามสมมุติ) เจ้าหนี้ ยังอ้างว่ามี “แบ๊กใหญ่” เป็นนายตำรวจ สามารถเคลียร์คดีได้ทั้งหมด ทำให้ตนไม่กล้าแจ้งความ อีกทั้งยังข่มขู่ว่าจะตามไปถึงที่พัก มหาวิทยาลัย และบ้านที่ต่างจังหวัด จนตนเกิดความเครียดสะสมถึงขั้นเคยคิดสั้นอยากกินยานอนหลับให้หลับไปเลย เพราะไม่อยากให้คนรอบข้างเดือดร้อน แต่โชคดีที่เพื่อนช่วยไว้ทัน