เมื่อวันที่ 5 พ.ค. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้มอบนโยบายลดภาระครูควบคู่การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพและวิกฤติพลังงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  

ทั้งนี้ สพฐ.จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งดำเนินการมาตรการลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองตามความเหมาะสมและบริบทของแต่ละโรงเรียน 7 มาตรการ ดังนี้ 1.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรือผ่อนผันการเก็บเงินบำรุงการศึกษา  2.ยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียนบางรายการ เช่น ชุดลูกเสือ ยุวกาชาด หรือปรับใช้หมวกกับผ้าพันคอเป็นสัญลักษณ์แทน เพิ่มความยืดหยุ่นในการแต่งกาย เช่น เพิ่มวันใส่ชุดพละ  3.ลดหรืองดการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย  4.งดจัดซื้อหนังสือเสริมหลักสูตรนอกเหนือจากที่กำหนด  5.งดหรือปรับรูปแบบกิจกรรมที่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม 6.ลดหรือหลีกเลี่ยงการเรียนการสอนที่มอบหมายงานโครงงานที่มีค่าใช้จ่ายแก่ผู้ปกครอง  และ 7.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการและการเรียนการสอน

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้แนวปฏิบัติดังกล่าวขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้ตามบริบทในแต่ละพื้นที่ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทำหน้าที่สนับสนุน กำกับ และติดตาม เพื่อให้มาตรการลดภาระผู้ปกครองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ อีกทั้งในวันที่ 15 พ.ค.นี้จะมีการประชุมมอบนโยบายเรื่องดังกล่าวให้แก่ สพท.รับทราบและนำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ สพฐ.เตรียมจัดเวิร์กช็อประหว่างวันที่ 9–10 พ.ค.นี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยจะหารือแนวทางสำคัญ เช่น การลดภาระครูด้านการจัดทำงบประมาณอาหารกลางวัน การลดภาระงานจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงมาตรการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อวางแผนดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน.