เมื่อวันที่ 6 พค. ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒฯ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานงานวันรำลึกผู้นำแห่งศรัทธา พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ครบรอบวันถึงแก่อสัญกรรม 28 ปี วันที่ 6 พค.2541 ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของพลเอกชาติชาย ที่ได้สร้างไว้ให้กับประเทศชาติและชาวจังหวัดนครราชสีมา โดยบรรยากาศภายในงาน มีคณะผู้บริหารพรรค สมาชิกพรรค พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชน ร่วมงานกว่า 1,000 คน เพื่อแสดงมุทิตาจิตและรำลึกถึงผู้นำผู้ล่วงลับ ซึ่งได้มีการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน  พิธีกล่าวสดุดีเกียรติคุณและร่วมกันสักการะรูปหล่อเหมือนของพลเอก ชาติชาย เพื่อแสดงความเคารพรักและศรัทธาและวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัย 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า  ในยุคทองของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ในช่วงปี 2531–2533 ถูกขนานนามว่าเป็น ยุคทองของเศรษฐกิจไทย โดยมีตัวเลข GDP เติบโต ติดต่อกัน 3 ปี ปี2531 เติบโต 13% ปี2532 เติบโต 12% และและปี2533 เติบโต 11% ส่งผลให้ไทยถูกยกเป็น เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย ซึ่งมี 4 คุณสมบัติเด่นที่ทำให้รัฐบาลยุค พล.อ.ชาติชาย ประสบความสำเร็จ 1.ประสบการณ์รอบด้าน เป็นทั้งนักการทูต นักการเมือง และนักการทหาร 2.มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจากนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าในภูมิภาคอินโดจีน 3.ทักษะการประนีประนอมสามารถประสานประโยชน์ได้กับทุกฝ่าย และ4.มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศที่สร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมีการริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานสำคัญจนถึงปัจจุบัน เช่น การสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งแรกที่หนองคาย, โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และการขยายถนน 4 เลนทั่วประเทศ

ต่อข้อซักถามถึงการที่รัฐบาลปัจจุบันเตรียมกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากสงครามและวิกฤตพลังงาน นายสุวัจน์ กล่าวว่า เข้าใจถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือ SME และประชาชนที่แบกรับค่าครองชีพสูง ซึ่งปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะอยู่ที่ 70% ของ GDP  รัฐบาลจึงควรใช้จ่ายอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเงินการคลัง แต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง รอบคอบ เนื่องจากเป็นเงินกู้ ไม่ใช่งบประมาณปกติ

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท จะต้องมีความรอบคอบในทุกมิติ ก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านและเส้นทางเดินเรือโลก ด้านความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ว่าจะสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้เรือสินค้าเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนี้ ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องคำนึกถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งฝั่งอ่าวไทย ด้าน จ.ชุมพร และฝั่นทะเลอันดามันด้าน จ.ระนอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งการสำรวจความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชน  อยากให้รัฐบาลศึกษาอย่างเป็นกลาง ฟังเสียงประชาชน และให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์อย่างจริงจังก่อนเดินหน้าโครงการ

นายสุวัจน์ กล่าวถึงประเด็นที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการพักโทษและกลับมาอยู่กับครอบครัว ว่า รู้สึกความยินดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะได้กลับมาใช้ชีวิตกับลูกหลานในช่วงบั้นปลาย พร้อมยอมรับว่าอดีตนายก เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ส่วนบทบาททางการเมืองในอนาคตนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่จะตัดสินใจ

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งเหมือนยุค พล.อ.ชาติชาย รัฐบาลควรมุ่งเน้นจุดแข็ง 4 ด้าน ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว ด้านเกษตรกรรม ด้านอาหาร และด้านสุขภาพและสุขภาวะ ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย หากรัฐบาลหยิบยกจุดแข็งเหล่านี้มาต่อยอดด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถกลับมามั่งคั่งและเข้มแข็งได้อีกครั้ง นายสุวัจน์ กล่าว