เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านพักในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อ นายพฤกษ์ สุขเกษม อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัด พร้อมลูกศิษย์และพระอาจารย์ เดินทางเข้าเยี่ยม “ทิดสมบัติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสนามไชย
ทันทีที่พบหน้า นายพฤกษ์ ถึงกับทรุดตัวลงร้องไห้ ก่อนเข้าโอบกอดทิดสมบัติ พร้อมกล่าวด้วยความอาลัยว่า “หลวงพ่อไม่น่าไปเลย” ท่ามกลางความสะเทือนใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

จากการสัมภาษณ์พบว่า ทิดสมบัติ ยังคงนอนพักอยู่ภายในบ้าน สีหน้ายังเคร่งเครียด โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า การตัดสินใจลาสิกขาเกิดจากความเครียดสะสมเป็นเวลานาน ทั้งภาระภายในวัด เรื่องการเงิน และความรับผิดชอบที่แบกรับมากว่า 20 ปี จนรู้สึกอิ่มตัวและกดดันตัวเองอย่างหนัก
ทิดสมบัติ เล่าว่า หลังออกจากวัดได้เดินทางขึ้นภาคเหนือ ผ่านจังหวัดตากและพิษณุโลก ก่อนเข้าป่าและพบพระธุดงค์ จึงตัดสินใจสึก จากนั้นใช้ชีวิตเรียบง่าย ปั่นจักรยานไปเชียงใหม่-เชียงราย นอนตามศาลาและปั๊มน้ำมัน ตัดการติดต่อกับทุกคน โดยถึงขั้นทิ้งโทรศัพท์ลงคลอง ตั้งใจใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ก่อนจะกลับมา

เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับไวยาวัจกรตามที่เป็นข่าว พร้อมชี้แจงกรณีเงินวัดว่า “มีการนำไปใช้จริงแต่ไม่ถึงแสนบาท และยังมีเงินเหลืออยู่” โดยเตรียมเข้าหารือกับทางวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
ทิดสมบัติ ยังย้ำชัดว่า จะไม่กลับไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอีก พร้อมยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเองที่ละทิ้งหน้าที่ เนื่องจากความเครียด ความเบื่อ และปัญหาหนี้สิน

“ไม่มีใครผิด หลวงพ่อผิดเอง” ทิดสมบัติ กล่าว พร้อมขอบคุณชาวบ้านที่เป็นห่วง และยืนยันว่าขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แม้สภาพร่างกายและจิตใจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ด้าน พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นไม่พบความผิดทางคดี เนื่องจากเป็นเพียงการแจ้งบุคคลสูญหาย เมื่อพบตัวแล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนและพากลับบ้านเรียบร้อย
ทั้งนี้ บรรยากาศการพบกันยังเต็มไปด้วยความผูกพัน โดยลูกศิษย์ต่างเข้ากอดและร้องไห้ด้วยความคิดถึง ยืนยันความสัมพันธ์ที่ยังแน่นแฟ้นเช่นเดิม.



