ปาฏิหาริย์เหนือกฎธรรมชาติที่ทำเอาคนทั้งโลกต้องทึ่ง! “ดาวา” เชอร์ปาไกด์นำทางชาวเนปาลวัย 50 กว่าปี ที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างลงจากยอดเขาเอเวอเรสต์ จนทุกคนถอดใจ และคิดว่าเขาคงกลายเป็นร่างไร้วิญญาณท่ามกลางพายุหิมะไปแล้ว ทว่าหลังจากผ่านไป 6 วันเต็มใน “แดนมรณะ” (Death Zone) ที่มีความสูงกว่า 8,000 เมตร อุณหภูมิติดลบสุดขั้ว และขาดแคลนออกซิเจน เขากลับสามารถเอาชีวิตรอด คลานลงมาจากเนินหิมะเข้าใกล้ค่ายฐานด้วยตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ ทำเอาครอบครัวที่กำลังจัดงานศพให้ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา “ดาวา” ไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ได้นำทางลูกค้าของเขาคือ “คริส สรอลล์” อดีตนาวิกโยธินและนักปีนเขาชาวอังกฤษ เดินทางขึ้นไปพิชิตจุดสูงสุดของยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จในเวลาประมาณ 17.00 น. ทว่าในวันถัดมา ระหว่างเดินทางลงกลับสู่เบสแคมป์ (Base Camp) เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อมีเพียงคริสเท่านั้น ที่กลับลงมาถึงอย่างปลอดภัย ส่วนดาวาได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ทีมกู้ภัยได้ส่งทั้งเจ้าหน้าที่และเฮลิคอปเตอร์ออกบินค้นหาอย่างละเอียดอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่พบวี่แววใดๆ จนกระทั่งวันที่ 3 มิถุนายน คริสผู้เป็นลูกค้าถึงกับถอดใจ และโพสต์วิดีโอไว้อาลัยเพื่อแสดงความเสียใจต่อการจากไปของไกด์คู่ใจผ่านอินสตาแกรม ขณะที่ครอบครัวของดาวาในเมืองหลวง ก็เริ่มเตรียมจัดพิธีศพตามประเพณีเพราะถอดใจแล้วเช่นกัน

แต่แล้วในเช้าวันที่ 4 มิถุนายน เรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อทีมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของคณะกรรมการควบคุมมลพิษสาการ์มาทา (SPCC) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนในท้องถิ่น ได้สังเกตเห็นสิ่งเคลื่อนไหวบางอย่างบนเนินหิมะอันหนาวเหน็บ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป็น “ดาวา” ที่กำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานลงมาจากเนินเขาใกล้กับ “กำแพงน้ำแข็งคุมบู” (Khumbu Icefall) ซึ่งอยู่เหนือค่ายฐานขึ้นไปเล็กน้อย

เพมบา เชอร์ปาจากหน่วยค้นหา 8K Expeditions กล่าวว่า “มันคือปาฏิหาริย์ที่แท้จริง ทีมงานพบเขากำลังคลานอยู่บนหิมะ สภาพร่างกายของเขาโดยรวมถือว่าปกติอย่างไม่น่าเชื่อ มีเพียงแค่อาการหนาวสั่นอย่างรุนแรงจากการขาดสารอาหารและเผชิญความเย็นจัดเท่านั้น”

ดาวาได้รับน้ำและอาหารประทังชีวิตในเบื้องต้น ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยส่งตัวไปยังโรงพยาบาล HAMS ในกรุงกาฐมาณฑุ อย่างเร่งด่วน โดยมีลูกสาววัยรุ่นและครอบครัวที่เพิ่งปาดน้ำตาจากงานศพ มารอรับด้วยความตื้นตันใจ

ลูกสาวของเขาเล่าว่า ตอนแรกที่ได้ยินข่าว เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จนกระทั่งทีมกู้ภัยส่งรูปถ่ายยืนยันมาให้ดู จึงได้รู้ว่าคุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆ

การเอาชีวิตรอดของดาวาในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการแพทย์อย่างมาก เพราะพื้นที่ระดับความสูงเกิน 8,000 เมตรขึ้นไป ถูกเรียกว่า “เขตมรณะ” (Death Zone) ซึ่งมีปริมาณออกซิเจนเบาบางมากจนเนื้อเยื่อของมนุษย์จะค่อยๆ ตายลง และคนปกติจะอยู่ได้ไม่เกินไม่กี่ชั่วโมง หากไม่มีถังออกซิเจนสำรอง

ทั้งนี้ ฤดูกาลปีนเขาในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่มีนักปีนเขาหนาแน่นที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้ท้าทายขยับขึ้นสู่ยอดเขากว่า 1,000 คน ทว่าความหนาแน่นและสภาพอากาศแปรปรวน ก็ได้คร่าชีวิตนักปีนเขาไปแล้วอย่างน้อย 5 รายในซีซั่นนี้ (เป็นชาวอินเดีย 2 ราย และทีมงานชาวเนปาล 3 ราย) ทำให้เคสการรอดชีวิตยาวนานถึง 6 วันของดาวา กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกของยอดเขาเอเวอเรสต์.

ที่มาและภาพ : insight korea, Magnific