เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ จ.อุทัยธานี นายสาธิต เภตรา อายุ 54 ปี ชาวนา ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง เผยว่า ตนทำนาปรัง 15 ไร่ โดยใช้น้ำจากบ่อบาดาล สูบขึ้นมาหล่อเลี้ยงนาข้าว ที่กำลังตั้งท้อง รอเก็บเกี่ยวก่อน จึงจะทำนารอบใหม่หรือข้าวนาปี
สำหรับปุ๋ยเคมี ที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในนาข้าวเพื่อให้ข้าวมีคุณภาพ ในท้องตลาดขณะนี้ ยังพอหาปุ๋ยได้ ไม่ขาดแคลน แต่ราคาจะสูงขึ้นมาก ส่วนราคาปุ๋ยเคมี มีตั้งแต่ 1,100 -1,700 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ชนิดของปุ๋ย แต่ถ้าเป็นปุ๋ยสูตรสำเร็จรูปเลยก็จะแพงขึ้นไปอีก ทำให้ชาวนา ต้องแบกรับภาระตรงนี้มาก ส่งผลต่อต้นทุน แต่ผลผลิตเท่าเดิม แต่ราคาข้าวไม่สูงมากหรือแทบจะขาดทุนเลยทีเดียว

ทางออกอยากให้รัฐบาลช่วยในเรื่องให้ราคาปุ๋ยลดลง ราคายาลดลงและให้ราคาข้าวสูงขึ้น ตอนนี้ราคาข้าวแค่ 5-7 พันบาท/เกวียนเท่านั้น ทั้งที่เมื่อก่อนชาวนา จะขายข้าวได้ 9 พันบาทถึง 1 หมื่นบาท แต่พอปุ๋ย ยาแพง แม้กระทั่งรถปั่นนา ก็ขึ้นราคาหมด เมื่อบวกลบหักแล้ว แทบจะขาดทุนเลย ไม่คุ้มต่อการทำนาในแต่ละรอบจึงทำให้ชาวนามีต้นทุนที่สูง

เมื่อก่อนต้นทุนไร่ละ 5 พันกว่าบาท แต่เดี๋ยวนี้ทั้งปุ๋ย ยา น้ำมันขึ้นราคาหมด แม้แต่รถปั่นนา ก็จะทำให้ชาวนามีต้นทุนสูง อาจจะไปถึง 6-7 พันบาท ทั้งนี้แล้วแต่อาการของข้าว ถ้าข้าวเป็นโรคป่วยเยอะ เราก็ต้องรักษา ต้นทุนก็จะสูงอาจจะสูงถึง 8 พันบาท
ส่วนกรณีมีข่าว กระทรวงเกษตร ไปเจรจรขอซื้อปุ๋ยเคมี จากประเทศรัสเซีย แต่ไม่สามารถส่งมอบได้ทัน ในช่วงฤดูกาลผลิต โดยจะมาในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งไม่ทันต่อฤดูกาล แต่ได้เสนอของบกลาง 5-6 พันล้านบาท เพื่อจัดซื้อปุ๋ยชีวภาพชีวภัณฑ์ แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นนาข้าวและพืชสวน สนับสนุนปุ๋ยชีวภาพ ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงและส่งเสริมการเกษตรตามนโยบาย กระทรวงฯ นั้น
นายสาธิต ได้ให้ความเห็นว่า ปุ๋ยชีวภาพ สารอาหาร N P K จะไม่ครบเหมือนปุ๋ยเคมีที่เราใช้ ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมถึงผลผลิต เมื่อออกรวงมาจะมีเมล็ดลีบเยอะ จะทำให้ผลผลิตต่ำ ขายข้าวไม่ได้ราคา ทำให้ชาวนาขาดทุนอีกเหมือนเดิม หลักๆก็คือ มีธาตุอาหารไม่เหมือนปุ๋ยเคมี แต่ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีเราจะเลือกได้ว่าจะใช้ N P K เท่าไร่ แต่เราไม่รู้ว่าในปุ๋ยชีวภาพ ข้างในมีอะไรบ้าง



