การดำเนินงานครั้งนี้ นำโดยโครงการชลประทานน่าน กรมชลประทาน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยทหารในพื้นที่ ได้แก่ หน่วยทหารพราน มณฑลทหารบกที่ 38 และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือนครึ่ง ส่งผลให้ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่กว่า 140 คน เกิดความเชื่อมั่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบชลประทานของชุมชนอย่างเข้มแข็ง

จากการประชุมร่วมกันมากกว่า 10 ครั้ง ได้ข้อสรุปแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ อาทิ การขุดลอกตะกอนหน้าฝาย การเสริมความมั่นคงของท่อสูบน้ำ การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำ การกลบท่อในช่วงน้ำผ่าน ตลอดจนการซ่อมแซมท่อระบายทรายและท่อระบายอากาศที่ชำรุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับกำลังทหารกว่า 20 นาย และกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานบ้านน้ำรีพัฒนากว่า 80 คน ลงพื้นที่ปรับปรุงระบบส่งน้ำอย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกฤดูกาล

นายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน กล่าวว่าความสำเร็จของการพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่บ้านน้ำรี ไม่ได้เกิดจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมทำ ไปจนถึงการดูแลรักษา กรมชลประทานมุ่งเน้นการวางระบบบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสามารถรับมือกับทั้งภัยแล้งและน้ำหลากได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตามจากความร่วมมือทุกภาคส่วนครั้งนี้ เกิดเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ว่า “ถ้าข้าราชการเอาจริง เราก็เอาจริงร่วมพัฒนาบ้านเรา” จึงไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นพลังสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างแท้จริง ซึ่งกำลังกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบมีส่วนร่วม และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนในอนาคตอย่างยั่งยืน