เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ – Pawoot Pongvitayapanu ระบุหัวข้อ เตรียมบอกลา “มิจฉาชีพ” สายยิงแอด? โดยมีรายละเอียดว่า

“#มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)” ที่จะมาควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เพิ่งประกาศออกมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นี้ครับ โดยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.)

เห็นได้เลยว่ารอบนี้เขา “เอาจริง” ในการสกัดต้นตอของปัญหามิจฉาชีพที่ลงโฆษณาหลอกลวงคนทางออนไลน์ครับ

สรุป 3 #ประเด็นหลักที่คนทำออนไลน์ต้องรู้ :

1.ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิง Ads : ต่อไปนี้ใครจะลงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียในไทยแล้วมีการเก็บเงิน แพลตฟอร์ม “ต้อง” ให้เรายืนยันตัวตน (KYC) ก่อนเสมอ ยกเว้นว่าเคยยืนยันไปแล้วไม่เกิน 1 ปีครับ

2.วิธียืนยันตัวตน : ทำได้ 2 แบบ คือ สแกนหน้าคู่กับบัตรประชาชน (Face Recognition) หรือใช้ระบบ Digital ID ที่ได้รับรองครับ

3.เก็บข้อมูลยาว 90 วัน : แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณา รวมถึง “คนจ่ายเงินแทน” ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันหลังโฆษณาจบ เพื่อให้ตามตัวได้ถ้ามีปัญหาครับ

ย้ำอีกที! กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 180 วัน หรือประมาณ “#ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569” นี้ครับ

#มุมมองของผม:

มาตรการนี้คือการบีบให้แพลตฟอร์มต้องคัดกรองคนยิงแอด 100% ต่อไปพวกเพจปลอมหรือมิจฉาชีพที่อยู่ต่างประเทศจะยิงแอดข้ามมาหลอกคนไทยจะทำได้ยากขึ้นมาก เพราะต้องติดด่านการยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ตหรือเอกสารนิติบุคคล

ถึงช่วงแรกเราที่เป็นคนทำงานอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ในระยะยาวมันจะช่วยล้างระบบโฆษณาให้สะอาดขึ้น คนซื้อก็มั่นใจ คนขายของจริงๆ อย่างเราก็ไม่ต้องไปแข่งกับแอดเถื่อนครับ

ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์อยู่ เตรียมตัวทำความคุ้นเคยกับระบบ KYC ของแต่ละแพลตฟอร์มไว้ได้เลยครับ!

#กฎหมายตัวนี้จะป้องกันการยิง Ads ข้ามชาติอย่างไร?

น่าจะมีคนสงสัยว่าถ้าหากผู้ร้ายอยู่ต่างประเทศ จะมายิงโฆษณาจากต่างประเทศมาลงโฆษณาในประเทศไทย เค้าจะป้องกันยังไง? โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ข้อ 2 ของประกาศที่ระบุว่า “กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์…”

  • ยึด “พื้นที่เป้าหมาย” เป็นหลัก : กฎหมายไม่ได้สนว่าคนยิงโฆษณาจะนั่งอยู่ที่กัมพูชา จีน หรือยุโรป แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณา (Targeting) ให้มาแสดงผลบนหน้าจอของ “คนในประเทศไทย” แพลตฟอร์มจะต้องบังคับให้ผู้ลงโฆษณารายนั้นยืนยันตัวตน “ทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา”
  • หากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องยืนยันตัวตน : ในประกาศข้อ 2 (2) มีการระบุชัดเจนถึงการใช้ “หนังสือเดินทาง” (Passport) หรือ “หนังสือรับรองนิติบุคคล” (ของต่างประเทศ) เป็นหลักฐาน ดังนั้น มิจฉาชีพต่างชาติจะลักไก่ยิงแอดเข้ามาเฉยๆ โดยไม่ส่งเอกสารยืนยันตัวตนไม่ได้แล้ว
  • เชือดไก่ให้ลิงดู (เอาผิดแพลตฟอร์ม) : หากแพลตฟอร์ม (เช่น Facebook, Google, TikTok) ปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงข้ามชาติหลุดเข้ามาแสดงผลในไทย โดยที่แพลตฟอร์มไม่ได้ทำการยืนยันตัวตน (KYC) บุคคลนั้นไว้ แพลตฟอร์มจะมีความผิดตามกฎหมายไทยทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับ หรือมาตรการทางกฎหมายอื่นๆ จากกระทรวงดีอีเอสและตำรวจไซเบอร์ (สอท.)

ประกาศแล้วในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดประกาศได้ในลิงก์คอมเมนต์ครับ.!