เมื่อ 8 พ.ค.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขับเคลื่อนการส่งเสริม สนับสนุนทุน เพื่อพัฒนาการวิจัยและบุคลากรด้านการเกษตร เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. และ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ สวก.ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาการวิจัยการเกษตรและบุคลากรด้านการเกษตร” เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาการวิจัยและบุคลากรด้านการเกษตร ต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหารและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ณ ห้องประชุมโมคลาน อาคารศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ม.วลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้มีเจตนารมณ์สำคัญในการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน โดย มวล.เห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมและต่อยอดโครงการวิจัยด้านการเกษตรให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะและเชิงพาณิชย์ การเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรวิจัยด้านการเกษตร ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการจัดฝึกอบรมสัมมนาร่วมกัน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลมูลสารสนเทศ ด้านการวิจัยการเกษตรให้เข้าถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรไทย

“มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐาน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่มีกำหนดระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงของระบบเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศไทยไทยในระยะยาว” อธิการบดี มวล.กล่าว

ด้านนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นจุดหมายสำคัญของการเดินหน้าสู่การยกระดับการวิจัยการเกษตรเพื่อนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ สวก.และ มวล. ได้มีการจัดทำ MOU ร่วมกันเมื่อปี 2563 และสิ้นสุดลง เมื่อปี 2566 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนงานวิจัยแก่ มวล. จำนวน 8 โครงการ เป็นมูลค่างบประมาณ 15,644,550 บาท โดยเกิดเป็นผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ อาทิ โครงการพัฒนา RAINS for Thailand Food valley ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตลอดจน โครงการการฟื้นฟูทรัพยากรและยกระดับการประมงปูม้าสู่มาตรฐานสากล การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านโครงการ “พัฒนาทักษะเกษตรอัจฉริยะ” เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการเกษตรสมัยใหม่สู่เกษตรกรในชุมชนอย่างเป็นระบบ

“การลงนาม MOU ในวันนี้ถือเป็นการต่อยอดผลสำเร็จความร่วมมือระหว่าง สวก.กับ มวล. และเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการสนับสนุนทุนวิจัยการพัฒนาบุคลากรด้านการเกษตร และการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบทบาทของทั้งสองหน่วยงาน นำไปสู่การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดนวัตกรรมการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศต่อไป” ผอ.สวก.กล่าวทิ้งท้าย