เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน เย็นวานนี้ (4 มิ.ย.) นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียล ถึงผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเข้ารับบริการฉีดยาลดน้ำหนักที่คลินิกแห่งหนึ่ง และเกิดอาเจียนรุนแรง จนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาล โดยญาติให้ข้อมูลว่า ขณะเข้ารับบริการ คลินิกไม่มีแพทย์เข้ามาทำการตรวจ ซักประวัติแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ให้บริการฉีดยาก็เป็นผู้ช่วยแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายผู้รับบริการ

ตนจึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรม สบส. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก. ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านรามอินทรา
โดยจากการบันทึกถ้อยคำจากผู้เกี่ยวข้องพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงรายดังกล่าว ได้ติดต่อคลินิกฯ เพื่อทำหัตถการลดน้ำหนักโดยใช้ยา “Mounjaro” โดยได้แจ้งความประสงค์ให้พนักงานของคลินิกว่า ประสงค์อยากลดน้ำหนักโดยมีผลข้างเคียงน้อย พนักงานจึงแนะนำตัวยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” ให้แก่ผู้ป่วย และได้มีการปลี่ยนตัวยาเดิมเป็นตัวยาใหม่ โดยผู้ป่วยได้รับการปักปากกาลดน้ำหนักจากเจ้าหน้าที่ของคลินิก หลังจากเข้ารับบริการผู้ป่วยมีอาการปกติดี

แต่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการไข้ คลินิกฯจึงแจ้งว่าอาจเป็นอาการข้างเคียงจากการรับยาดังกล่าวในครั้งแรก และในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสายไหม และจากการตรวจสอบพื้นที่และเอกสารทางการแพทย์ของคลินิกฯ เพิ่มเติม พบการกระทำที่ผิดมาตรฐานพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ดังนี้
1.พบผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักให้ผู้ป่วยมิใช่แพทย์
2.พบการปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
3.บัตรบันทึกประวัติผู้ป่วยนอก (OPD Card) รายละเอียดไม่ครบถ้วน ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ให้บริการรักษาพยาบาล
4.ซองยาแสดงรายละเอียดไม่ครบ เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง วันหมดอายุของยา อีกทั้งจากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. พบว่า ยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมมีคำสั่งปิดคลินิก 15 วัน ทันที

ด้าน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ยา และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ทุกชนิด ซึ่งนำมาใช้กับร่างกายของผู้ป่วยนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากจาก อย. เพื่อยืนยันความปลอดภัย การที่สถานพยาบาลนำยาที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนมาใช้นั้น ย่อมส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย ของผู้ป่วย จากสารปนเปื้อน หรือสารอันตรายที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษา ทำให้โรคที่เป็นอยู่ลุกลาม จากการหลงเชื่อสรรพคุณที่เกินจริง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มลดน้ำหนัก
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนรับบริการจึงควรสอบถามผู้ให้บริการถึงชื่อยาหรือผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ทุกครั้ง หากมีการอ้างสรรพคุณว่าเห็นผลไวใน 3-7 วัน หรือกินแล้วไม่ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และให้ตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ อย. (https://oryor.com) หากไม่พบให้หลีกเลี่ยง และแจ้งเบาะแสมาที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สบส. กระทรวงสาธารณสุข



