เมื่อเร็วๆนี้ ผู้สื่อข่างรายงานว่า พื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางระบบนิเวศอย่างลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนกลาง (ทะเลสาบสามน้ำ) กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อทรัพยากรธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางสังคมที่เด็กและเยาวชนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสื่อออนไลน์ ขาดพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Space) ในการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในเขตตำบลเกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่และเครือข่ายเยาวชนตำบลเกาะหมาก ขอได้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ สร้างสุขภาวะที่ดีสู่ชุมชนท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ “ค่าย Young Grow ผู้นำรุ่นใหม่ ปี 1” ซึ่งมีเป้าหมายคือชุมชนสามารถ “จัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน”

น.ส.ณัฐกรณ์ แหละหีม หรือ ‘เจน’ ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ สร้างสุขภาวะที่ดีสู่ชุมชนท้องถิ่น เล่าถึงที่มาของกิจกรรม ว่าจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2536 ตำบลเกาะหมาก เกิดการรวมกลุ่มกันของคนรุ่นพ่อแม่ในการทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลหน้าบ้าน จนต่อมาในปี 2544 ตำบลเกาะหมากเกิดปัญหาขยะล้นเมือง จึงเกิดการรวมกลุ่มในกิจกรรม “2 ล้อถุงดำ” ซึ่งเจนในตอนนั้นเองเป็นยังเป็นเยาวชน ร่วมกิจกรรมกับผู้ใหญ่ จนต่อมาได้ร่วมในหลายกิจกรรมที่เน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่มาโดยตลอด

“แม้จะมีการทำกิจกรรมมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังขาดการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเราเองก็กังวลว่า ความรู้จะสูญหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า หรือบางครั้งรายละเอียดของสิ่งที่ทำจะเลือนหายไป เราจึงตั้งใจที่จะสร้าง ‘หลักสูตร’ ขึ้นมา เราเรียกว่า “ตัวหนังสือไม่มีวันตาย”

โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่ชุมชนเคยทำมา ทำบันทึกเป็นตัวอักษร” เจน เล่าก่อนอธิบายว่าการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จะช่วยให้ความรู้คงอยู่และสามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและต่อยอด แม้คนถ่ายทอดจะไม่สามารถทำได้แล้วก็ตามค่าย Young Grow ผู้นำรุ่นใหม่ ปี 1 เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงลงมือทำจริงใน 4 หลักสูตรด้วยกัน ประกอบด้วย

หลักสูตรสานพลังต่างวัยสร้างสายใยชุมชนสุขภาวะ โดยเน้นที่เรื่อง การจัดการทรัพยากร และการจัดการขยะชุมชน ฝึกปฏิบัติการคัดแยกขยะในครัวเรือน และนำขยะเปียกไปทำปุ๋ยหมัก สร้างรายได้และรักษาสิ่งแวดล้อม

หลักสูตรการพัฒนาทักษะชีวิตและสมรรถนะผู้นำรุ่นใหม่ การพัฒนาภาวะผู้นำในตนเองและการตั้งเป้าหมายชีวิต ครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ สังคมและสติปัญญา เพื่อให้น้อง ๆ รู้จักนำทักษะเหล่านี้ไปปรับใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง

หลักสูตรนวัตกรท้องถิ่น ปั้นอาชีพสร้างสรรค์ การสื่อสารทางสังคมสร้างสรรค์ โดยใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเล่าเรื่อง (Digital Storytelling) และการนำเสนออัตลักษณ์ชุมชนด้วยโปรแกรม Canva ประยุกต์ใช้ต้นทุนของชุมชนที่มีอยู่ ทั้ง นวัตกรรมอาหารท้องถิ่น การสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานทรัพยากรชุมชน ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ และ หลักสูตรพลเมืองพิทักษ์ระบบนิเวศท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้และปฏิบัติการสำรวจชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนกลาง และการจัดการฐานข้อมูลทรัพยากรลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาผ่านแอป iNaturalist ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่ชุมชนยึดถือและสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีเยาวชนเป็น นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก อย่าง โรงเรียนมัธยมเกาะหมาก และโรงเรียนศาสนูปถัมภ์ปากพะยูน เข้าร่วมจำนวน 80 คน รวมพลังกับผู้นำชุมชน คณะทำงาน ครูอาจารย์ รวมทั้งหมดร่วมหนึ่งร้อยคน

ความสำเร็จของค่าย Young Grow สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมทั้ง การขยายผลสู่ครอบครัว เด็กๆ นำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในฐานต่างๆ กลับไปใช้ที่บ้าน และเกิดแกนนำรุ่นใหม่ โดยที่เยาวชนนั่นมองเห็น “คุณค่า” ของทรัพยากรในท้องถิ่น เกิดเป็นเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ที่ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนในพื้นที่

การยกระดับสู่กลไกสภาเด็กและเยาวชนและการบูรณาการร่วมกับ 4 องค์กรหลัก เพื่อให้การขับเคลื่อนดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ชุมชนจึงมีเป้าหมายในการยกระดับเครือข่ายเยาวชนสู่การสร้าง “กลไกสภาเด็กและเยาวชน” ระดับพื้นที่ กลไกดังกล่าวทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชิงสถาบันที่เปลี่ยนกระบวนทัศน์บทบาทของเยาวชนจากการเป็นเพียง “ผู้รับประโยชน์” สู่การเป็น “หุ้นส่วนการพัฒนาท้องถิ่น” ที่สามารถร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมออกแบบนโยบายสาธารณะระดับตำบลได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งไปกว่านั้น

การสร้างสุขภาวะชุมชนที่เข้มแข็งจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการสภาเด็กและเยาวชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ “กลไก 4 องค์กรหลัก” ในพื้นที่ อันประกอบด้วย ท้องถิ่น (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ท้องที่ (ฝ่ายปกครองท้องที่) หน่วยงานราชการ และองค์กรชุมชน การเชื่อมโยงนี้จะช่วยยึดโยงพลังของคนรุ่นใหม่เข้ากับโครงสร้างการบริหารจัดการของชุมชน ทำให้ข้อเสนอและนวัตกรรมของเยาวชนได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบาย งบประมาณ และการเป็นพี่เลี้ยงอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบข้ามรุ่น (Intergenerational Collaboration) อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ระบบนิเวศและสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน

ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ประธานกรรมการกำกับทิศทางของแผนสุขภาวะชุมชนพื้นที่ภาคใต้ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 สสส. เน้นย้ำว่ายิ่งในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหนังสือหรือเรียนจากครูสอนอีกต่อไป แต่โลกทั้งใบและตำราถูกย่อมาอยู่ในมือถือ

“แม้ในมุมมองของผู้ใหญ่ เยาวชนในวันนี้อาจดูติดเกมหรือติดจอ แต่ในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มีความคิด มีพลังสร้างสรรค์ และมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เยาวชนจึงเป็นกลุ่มคนสำคัญที่จะมีบทบาททำให้ชุมชนเกาะหมาก และอำเภอปากพะยูนดีขึ้น” นายณรงค์ กล่าว
พร้อมทั้งฝากข้อคิดของการดึกศักยภาพของเยาวชนออกมาใช้ผ่าน “3 พลัง” สำคัญ ทั้งพลังทางความคิด เยาวชนมีมุมมองใหม่ ๆ เสมอ คนรุ่นใหม่สามารถใช้ทักษะความถนัดในการใช้เทคโนโลยี มาช่วยเชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวของชุมชนผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง, พลังจากการทำงาน เยาวชนต้องกล้าที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ และ พลังที่ทำให้เกิดความยั่งยืน ที่ต้องเริ่มตั้งแต่การตั้งคำถามว่า “แล้วรุ่นลูกเราเกาะหมากจะเป็นอย่างไร?” สิ่งที่ทุกคนทำในวันนี้ จะส่งผลต่อเด็กรุ่นนี้และรุ่นต่อไป

ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. กล่าวทิ้งท้ายว่า “กิจกรรมนี้เริ่มต้นที่เกาะหมากและเครือข่ายในภาคใต้เป็นหลัก แต่มีแผนที่จะขยายผลไปยังจังหวัดและภาคอื่นๆ รวมถึงเชิญชวนภาคีเครือข่ายต่างๆ มาร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ต่อไป”

เรื่องราวของ ต.เกาะหมาก คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เมื่อเราเปิดพื้นที่และมอบความไว้วางใจให้กับ “เด็กและเยาวชน” พวกเขาพร้อมที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และเป็นผู้นำในการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับชุมชนท้องถิ่นต่อไปอย่างยั่งยืน