เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ สน.พหลโยธิน นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.วีรวัฒน์ กิตติสุบรรณ รอง ผกก.สอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่แจ้งความดำเนินคดีก่อนหน้านี้ ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง แต่มีบางคนที่ไม่ทราบชื่อสกุลจริง จึงนำภาพถ่ายมาให้ และมอบหลักฐานสำคัญทุกอย่างที่เกี่ยวกับคดีให้ตำรวจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เดินทางเข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ บิ๊กเต่า มาดามเก่ง และบุคคลอื่นๆ รวม 5 คน
หลังจากการสอบปากคำ โทน บางแค เผยว่า วันนี้ตนนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับคดีล่าสุดที่ตนมาแจ้งความ รวมถึงมายืนยันตัวบุคคล คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องไกล่เกลี่ยหนี้ คือ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ บิ๊กเต่า มาดามเก่ง และบุคคลอื่นๆ รวม 5 คน ซึ่งบางคนตนไม่รู้จักชื่อ เลยนำภาพถ่ายมามอบให้ตำรวจเพื่อให้ตำรวจระบุตัวตน

สำหรับการผ่อนชำระหนี้ ยืนยันไม่บิดเบี้ยว มีการผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้หนี้สินไม่ได้มีเฉพาะเพียงเงินสด ตนไม่ได้ยืมเงินสดเขามาเพียงอย่างเดียว แต่มีทรัพย์อื่นๆ เช่น ของแบรนด์เนมต่างๆ เช่น รถ นาฬิกา เป็นการซื้อต่อจากคู่กรณี โดยใช้วิธีการผ่อนชำระ ซึ่งส่วนมากมีการทยอยชำระไปหมดแล้ว อีกทั้งตลอดเวลายังต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก
ส่วนการที่ไปแสดงตัวเมื่อวานนี้ก็ยอมรับว่ารู้สึกร้อนใจเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ถ้าหากมีหมายเรียกหรือหมายจับก็สามารถติดต่อตนได้ตลอดเวลาจะไม่หนีไปไหน แต่ตนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนหนีหนี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่าเรื่องทั้งหมดหากไม่เกิดขึ้นจริง ว่าตนโดนข่มขู่ เซียนพระคนหนึ่งจะกล้าดำเนินคดีกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือไม่
ส่วนที่สังคมมองว่านายโทนเนรคุณมาดามเก่ง นายโทน บอกว่า ทุกทรัพย์สินมีการตอบแทนเป็นการเสียดอกเบี้ย



