เปิดตัวไปล่าสุด GWM ORA 5 รถ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดจาก GWM ที่มาพร้อมทางเลือกการขับเคลื่อนที่หลากหลายและสมบูรณ์แบบกับแพลตฟอร์มที่พัฒนามาใหม่ล่าสุด มีทั้งระบบไฟฟ้า 100% และระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่งครั้งนี้เราได้มีโอกาสทดสอบ โอร่า ขุมพลัง EV มี2 รุ่นย่อย คือ EV โปร และ EV อัลตร้า มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี สีขาว สีเทา สีเขียว สีฟ้าพร้อมหลังคาสีดำ ส่วนสีภายในเป็นสีน้ำตาลเบส และสีดำเทามาพร้อมมิติตัวรถที่มีความยาว 4,471 มิลลิเมตรความกว้าง 1,833 มม .ความสูง 1641 มม.

สมรรถนะของรถ EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์อยู่ที่ 204 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร อัตราการเร่ง 0-100 อยู่ที่ 7.5 วินาทีความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะการวิ่งต่อ 1 ชาร์จ 520 กิโลเมตรความจุแบตเตอรี่ 58.3 กิโลวัตต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง( DC) สูงสุด 120 กิโลวัตต์ และรองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์และใช้ระยะเวลาการชาร์จแบบ DC 30-80% เพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้น
ส่วนอุปกรณ์ภายนอกระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และระบบไฟท้ายแบบ LED และอัลลอย 18 นิ้วสีดำขนาดยาง 2 25/60 R18 เพิ่มดีกรีความสปอร์ตเท่ให้เข้ากับดีไซน์ภายนอกของตัวรถได้เป็นอย่างดี ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าอัตโนมัติและปัดน้ำฝนด้านหลังเพิ่มความสะดวกสบายท่ามกลางการขับขี่ท่ามกลางสายฝนหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ
ในรุ่น EV อัลต้า ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่งรับแสงธรรมชาติสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 เพิ่มความปลอดภัยประตูท้ายเปิดปิดไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ

กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพวงมาลัยพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์ควบคุมจอแสดงผลการขับขี่สามารถปรับได้ 4 ทิศทางปรับเบาะคนขับแบบไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางผู้โดยสารด้านหน้าไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง เบาะพับได้ถึง 60 :40 กับพื้นที่ได้ยืดหยุ่นรองรับผู้โดยสารและสัมภาระใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิมร ะบบปรับอากาศอัตโนมัติใช้ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังช่องเก็บความเย็นขนาด 3.2 ลิตรอุ ปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กุญแจสมาร์ทคีย์และระบบ push smart system กล้องมองรอบคัน 360 องศาลำโพง 9 ตำแหน่งในรุ่นอัลตร้า และจาก amor
ห้องโดยสารกว้างขวางและนั่งสบายหน้าจอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้วรองรับ apple carplay และ android auto พร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด coffee OS 3.0 ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมของGWM เท่านั้นทำงานร่วมกับชิพประมวลผลรุ่นใหม่ที่รวดเร็วและตอบสนองฉับไปรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและการควบคุมรถผ่านGWM application มีเทคโนโลยี ADAS 18 ระบบ ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใสช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางในจุดมุมอับสายตาขณะที่ขับขี่ผ่านเส้นทางทดสอบที่หลากหลาย ราคาจำหน่ายORA โปร ที่ 649,000 บาท และ ORA อัลตร้า 719,000 บาท

การเดินทางวันเดย์ทริป กับ ORA 5 EV เริ่มสตาร์ที่ โชว์รูม GWM Startrek สวนหลวง-กาญจนบุรี ด้วยระยะทางปกลับกว่า 300กม.วิ่งในเมืองขึ้นทางด่วน M81 ยิงยาวกาญจนบุรี ในเมืองการจารจรคล่องตัว ไม่หนาแน่น เพราะเป็นวันหยุด วิ่งสบายๆ ช่วงล่างจะนิ่มเล็กๆ แต่ขับระบบนอร์มอล ให้อารมณ์การขับ หรือในบทของผู้โดยสารไม่เหมือนรถอีวี ไม่ดึงไม่หน่วง ไม่มีอาการเวียนหัว หรือเรียกได้ว่าไม่มีอาการแพ้อีวี แม้ลองปรับโหมดสปอร์ต ก็แทบจะไม่รู้สึก เหมือนกับเราอยู่ในรถสันดาปทั่วๆไป เซทมาดี อัตราเร่ง0-100 กม. 7.5 วินาที ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องชะลอความเร็วไม่เกิน120 กม. เข้าโค้ง หนึบ ทรงตัวดี และความเร็วเท่านี้ ในห้องโดยสารก็มีเสียงรบกวนบ้างเป็นธรรมดา แต่มีข้อสังเกตในเรื่องของตำแหน่งเบรกที่อยู่สูงกว่าคันเร่งเล็กน้อย ตรงนี้เท้าเราต้องทำความคุ้นเคย ส่วนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทำงาน การค้นหา ฟังเพลง สั่งการด้วยเสียง ตอบสนองไว และแม่นยำ เครื่องเสียงดี และสิ่งนี้ที่สาวๆ ชอบ คือ กระจกแต่งหน้าขนาด8นิ้วไฟส่องสว่างพร้อม กรีดตาเป๊ะลงรถมาสวยฉ่ำ ขากลับได้แวะสถานีชาร์จPEA ทดลองชาร์จกันไม่ช้า ทันใจ

GWM ต้องการแปลงร่าง ORA 5 EV ให้เป็นรถSUV ที่ให้อรรถประโยชน์ในการใช้งานอเนกประสงค์มากขึ้น ซึ่งก็สามารถทำได้จริงเพราะห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บของเดิมใหญ่อยู่แล้ว เมื่อเบาะหลังพับลงอีก เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากกว่าเท่าตัวจะว่าไปจักรยานขนาดกลางใส่ได้ ถุงกอล์ฟ หรือแม้แต่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่2-3 ใบยังไหว หรือจะปูที่นอน ก็สามารถนอนในรถได้สบายๆ
ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบความปลอดภัย ความอเนกประสงค์ของรถ สนนราคาค่าตัว7 แสนต้นๆ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับORA 5 EV ซึ่งการจับจองกว่า 5,100 คัน ตั้งแต่เปิดตัวถึงวันนี้คงเป็นคำตอบได้.



