สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่านายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดกับสหรัฐ ว่า “ทุกครั้งที่มีแนวทางการทูตวางอยู่บนโต๊ะเจรจา สหรัฐมักจะเลือกใช้มาตรการทางทหารที่บ้าบิ่นเสมอ ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร ผลลัพธ์ย่อมเหมือนเดิม นั่นคือชาวอิหร่านไม่มีทางยอมก้มหัวให้แรงกดดัน” พร้อมทั้งประณาม การที่กองทัพสหรัฐโจมตีเป้าหมายตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน
Every time a diplomatic solution is on the table, the U.S. opts for a reckless military adventure. Is it a crude pressure tactic? Or the result of a spoiler once again duping POTUS into another quagmire?
— Seyed Abbas Araghchi (@araghchi) May 8, 2026
Whatever the causes, outcome is the same: Iranians never bow to pressure. pic.twitter.com/ev7dMIebNB
ทั้งนี้ สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซทวีความตึงเครียด จากการที่อิหร่านและสหรัฐโจมตีตอบโต้กัน โดยอิหร่านกล่าวหาว่า สหรัฐเป็นฝ่ายโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือรบ 3 ลำของสหรัฐ ขณะที่สหรัฐปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่านเพื่อตอบโต้
อย่างไรก็ตาม สหรัฐเป็นฝ่ายพยายามลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ โดยยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่การจงใจยกระดับสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนยันว่า “ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่”.
เครดิตภาพ : REUTERS



