สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ว่ากระทรวงกลาโหมกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งซึ่งเดินทางออกมาจากกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะลอยลำอยู่ในน่านน้ำของกาตาร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ แต่อยู่ในวงจำกัดซึ่งสามารถควบคุมได้ โดยไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ และเรือสามารถเดินทางต่อไปได้
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์อีกฉบับ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการ “ยกระดับความรุนแรงอย่างร้ายแรง” ซึ่งคุกคามต่อความปลอดภัยของการเดินเรือ และอุปทานสินค้าที่สำคัญในภูมิภาค
ก่อนหน้านั้น ศูนย์ปฏิบัติการด้านการเดินเรือของสหราชอาณาจักร (ยูเคเอ็มทีโอ) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานการเดินเรือนานาชาติในภูมิภาคตะวันออกกลาง รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าแห้งแบบเทกองลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนาพุ่งเป้าโจมตี ระหว่างกำลังลอยลำอยู่ห่างจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 23 ไมล์ทะเล
BREAKING: Fire erupts on cargo vessel off Qatar's coast after drone attack
— Al Jazeera Breaking News (@AJENews) May 10, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/OmYlejnBiT pic.twitter.com/Mnzar5WaIv
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยแต่สามารถดับได้สำเร็จ กัปตันเรือรายงานว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด
นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านปะทุ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ยูเคเอ็มทีโอรายงานเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเรือพาณิชย์ในอ่าวอาหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน รวมอย่างน้อย 46 ครั้ง ณ วันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา แบ่งเป็นรายงานการโจมตีโดยตรงแล้ว 26 ครั้ง กิจกรรมน่าสงสัย 18 ครั้ง และการยึดเรืออย่างน้อย 2 ลำ
ทั้งนี้ ยูเคเอ็มทีโอเตือนด้วยว่า เรือที่จอดทอดสมอ หรือลอยลำอยู่นิ่ง ๆ ในพื้นที่เสี่ยง มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายสูงกว่าเรือที่กำลังเดินทาง และแนะนำให้เรือทุกลำเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด หากพบว่า เรือของอิหร่านและสหรัฐกำลังเผชิญหน้ากัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



