เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายอรุณ ช่วยรอด หรือ “หลำ นาโยง” อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดตรังที่ จ.63/2554 และ จ.61/2554 ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่า, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 9 ต.เชียรเขา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากช่วงค่ำวันที่ 21 พ.ย. 2553 ขณะที่ นายอี อายุ 42 ปี ขี่ จยย. มาถึงบริเวณสามแยกใกล้ รพ.ย่านตาขาว ถนนย่านตาขาว-บ้านนาโยง ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ถูกคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนพกยิงใส่ 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้ารอดตายหวุดหวิด
ต่อมาช่วงสายวันที่ 13 ธ.ค. นายอีก็ถูกมือปืน 4 คน ขับรถกระบะอีซูซุสีขาวประกบยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเอ็ม16 เสียชีวิตบริเวณกลางถนนในพื้นที่หมู่ 3 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ในสภาพศพคร่อมรถ จยย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่าภรรยาของนายอีเป็นผู้ว่าจ้างวานฆ่า โดยวางแผนทำเป็นขบวนการ โดยครั้งแรกที่ยิงพลาด นายจรูญ เป็นผู้รับงาน, นายอภิชาติ ร่วมวางแผน, นายเทิดศักดิ์ เป็นมือปืน และนายอรุณ ทำหน้าที่ขี่รถ จยย. ให้มือปืน

ส่วนครั้งที่ 2 นายจรูญรับหน้าที่ลั่นไกสังหาร โดยใช้อาวุธปืนขนาด .357, นายอภิชาติ ร่วมวางแผน, นายสมใจ เป็นคนขับรถกระบะ และนายอรุณ ใช้ปืนเอ็ม16 ยิงจากท้ายกระบะ ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีได้เกือบหมด โดยศาลพิพากษาประหารชีวิตนายจรูญกับนายสมใจ ส่วนคนอื่นโดนจำคุกตลอดชีวิต กระทั่งตำรวจกองปราบฯ ได้เบาะแสนายอรุณ ผู้ต้องหารายสุดท้ายกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงแกะรอยบุกตะครุบตัวไว้
สอบสวนเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา นำตัวส่ง พงส.สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



