นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและเป็นประธานเปิดการสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2569 หรือ The 16th National Mangrove Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “น้ำพระทัยสู่ทวยราษฎร์ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลน” ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ รัชกาลที่ 9 จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่าย ร่วมให้การต้อนรับ

ภายหลังเดินทางถึงพื้นที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธแสดงผลงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดการสัมมนาอย่างเป็นทางการ โดยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านป่าชายเลน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย และภาคประชาชน ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวเปิดงาน พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมทั้งร่วมถ่ายภาพกับภาคีเครือข่าย ก่อนรับฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พระเมตตาสู่ป่าชายเลน” โดย ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ และประธานมูลนิธิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ

จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนร่วมกับเครือข่ายชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล โดยปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลนกว่า 10 ชนิด พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลากะพงขาวและหอยจุ๊บแจง รวมจำนวน 9,999 ตัว เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศชายฝั่ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับป่าชายเลนในฐานะทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งใช้กลไก “คาร์บอนสีน้ำเงิน” หรือ Blue Carbon เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 ควบคู่กับการผลักดันเศรษฐกิจสีน้ำเงิน หรือ Blue Economy ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดจันทบุรีถือเป็นต้นแบบสำคัญของการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง โดยเกิดจากความร่วมมือของนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าชายเลนได้อย่างสมดุล และสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

พร้อมระบุว่า ป่าชายเลนมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนสูงกว่าป่าบนบก อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และรักษาสมดุลของระบบน้ำขึ้นน้ำลงในพื้นที่ชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น ยังกล่าวด้วยว่า การดูแลป่าชายเลนไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้นำท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ร่วมกันสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชายฝั่งอย่างยั่งยืนต่อไป