ที่วัดศรีสุข ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในงานพิธียกช่อฟ้าอุโบสถฉลองอุโบสถและฉลองศาลาพิพิธภัณฑ์หลวงปู่สิงห์ โดยมี พระธรรมวัชราจารย์ ดร. ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดมหาชัยพระอารามหลวงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย ดร.รุ่งทิวา วิริยะ อดีตผู้อำนวยการบ้านนาดีศรีสุขประธานอุปถัมภ์ นางอุบล เดชะรัฐ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม นายอำเภอกันทรวิชัย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่นและอบอุ่น พิธียกช่อฟ้า ถือว่าเป็นพิธีสำคัญเนื่องจากเป็นการยกส่วนบนสุดของอาคาร ศาสนสถานหรือพระราชวัง โดยมีคติความเชื่อว่า หากใครได้ร่วมบุญยกช่อฟ้าแล้ว นับว่าเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง

นายสมพร ควรคำคง นายอำเภอกันทรวิชัย กล่าวว่า พิธียกช่อฟ้า ถือว่าเป็นพิธีสำคัญเนื่องจากเป็นการยกส่วนบนสุดของอาคาร ศาสนสถานหรือพระราชวัง โดยมีคติความเชื่อว่า หากใครได้ร่วมบุญยกช่อฟ้าแล้ว นับว่าเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นส่วนสูงสุด และถือว่าเป็นการทำให้อาคารสมบูรณ์ ตามความเชื่อถือว่าบุญยกช่อฟ้าเป็นบุญอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ซึ่งอานิสงส์บุญ จะทำให้ชะตาชีวิตสูงส่งไม่ตกต่ำ มีจิตใจใฝ่ดี ใฝ่ความก้าวหน้ามีเกียรติ มีความสง่างาม นอกจากนี้ ในปัจจุบัน อุโบสถมิเพียงแต่จะเป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรมร่วมกันเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสนสถานที่พุทธศาสนิกชนใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมอื่นๆ ดังนั้นการร่วมสร้างอุโบสถนั้น เชื่อว่าผู้ทำจะได้อานิสงส์มาก เพราะถือว่าถวายเป็นพุทธบูชา หรือการบูชาคุณพระพุทธเจ้า และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป การจัดพิธีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธาและความสามัคคีของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวตำบลศรีสุข ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคง เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนสืบไป พร้อมกับมีการออกร้านสินค้าโอทอปจากชุมชนนอำเภอกันทรวิชัย


นายปฏิมา เหล่าชัย ประธานผู้ดำเนินการ หรือตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ จุดเริ่มต้นจริงๆ คือการ ยกช่อฟ้าอุโบสถวัดบ้านศรีสุข ครับ ซึ่งเดิมทีเป็นเรื่องของทางวัดและชาวบ้านร่วมใจกันทำ แต่เมื่อผมได้รับเชิญเข้ามาทำงานนี้ ผมมองว่าเราต้องมีการ ‘ต่อยอด’ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัด ขบวนแห่มรดกอีสาน เพื่อสืบสานสิ่งต่างๆ ที่คนโบราณเคยนำมาสู่วัด ซึ่งนับวันเริ่มที่จะเลือนหายไป สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในวันนี้คือการรื้อฟื้นวัฒนธรรมการแต่งกายครับ โดยเฉพาะการ ‘ห่มสไบ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่นห่มสไบ ส่วนผู้ชายจะใช้ ‘ผ้าเบี่ยง’ ซึ่งเป็นการแต่งกายสมัยโบราณที่แสดงออกถึงความสุภาพนอบน้อมเวลาเข้าวัด แต่ปัจจุบันเริ่มหายไป บ้านศรีสุขจึงอยากเป็นต้นแบบที่ทำให้เห็นว่า เราสามารถกลับมาแต่งกายแบบนี้ได้อีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของวัฒนธรรมที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำให้ ‘คนทอผ้า’ มีชีวิตกลับคืนมาด้วย ในอดีต ใต้ถุนบ้านแทบทุกหลังจะมีกี่ทอผ้า แต่ทุกวันนี้แทบไม่เหลือให้เห็น เพราะคนไม่ได้นุ่ง ไม่ได้ใช้ และไม่ได้เบี่ยงผ้าแบบเก่าแล้ว สิ่งนี้เองครับที่เราต้องช่วยกันผลักดันให้กลับคืนมา กิจกรรมสำคัญในวันนี้ เราได้รับเกียรติจาก ท่านนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง มีผู้ติดตามเป็นหลักล้าน มาเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดให้คนทั่วโลกได้รู้จักบ้านศรีสุขผ่านตัวท่าน โดยในขบวนแห่มรดกอีสาน ทุกคนจะห่มสไบและเบี่ยงผ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อถ่ายทอดภาพความงดงามนี้ออกไป หากจะพูดถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม ลายหลักของเราคือ ‘มัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก’ ครับ แต่ขณะเดียวกัน เราก็มีการพัฒนาผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ใหม่ อย่างที่ผมใส่อยู่ตอนนี้คือ ‘ผ้าลายพระธาตุนาดูน’ ที่มีรายละเอียดของดอกแก้วและองค์พระธาตุ ซึ่งท่านนายกเหล่ากาชาดและท่านนายกผ้าไทยได้ช่วยกันออกแบบไว้ เป็นผ้าฝ้ายที่ใช้ได้ทั้งชายและหญิง ท้ายที่สุดนี้ หวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ชาวสารคามหันมาสวมใส่ผ้าไทย เพื่อให้พี่น้องประชาชนในชุมชนมีรายได้จากการทอผ้า และร่วมกันรักษาลายผ้าสร้อยดอกหมากให้เคียงคู่กับจังหวัดมหาสารคามตลอดไป



