เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 4 และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ วุฒิสภา เปิดเผยกับเดลินิวส์ หลังนำคณะอนุกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบกรณีการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวโดยใช้นอมินีคนไทย ถือครองที่ดิน และก่อสร้างวิลล่าบนภูเขา ฝ่าฝืนประกาศห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเกาะสมุย และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง กรณีอาคารที่ก่อสร้างฝ่าฝืนคำสั่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเกาะสมุย ภายใต้การศึกษายกฐานะเทศบาลนครเกาะสมุยเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ “มหานครเกาะสมุย” เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เบ็ดเสร็จ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายอภินันท์ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จริงของโครงการก่อสร้างอาคารวิลล่า ที่มีคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ให้ผู้ครอบครองอาคารหยุดก่อสร้าง พบว่าผู้ก่อสร้างได้ฉีกประกาศคำสั่งห้ามก่อสร้างและให้รื้อถอนอาคารทิ้ง และยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่อง ทั้งที่พ้นระยะเวลาการอุทธรณ์คำสั่ง และอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระงับการก่อสร้างตามกฎหมายแล้ว อีกทั้งยังพบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างและคนงานเป็นคนต่างด้าว ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย และยังทำงานอยู่ขณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย
จากการตรวจสอบยังพบว่าโครงการดังกล่าวจดทะเบียนบริษัท โดยมีคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 แต่เบื้องต้นพบว่าหุ้นส่วนคนไทยไม่มีตัวตนอยู่จริงในพื้นที่

ส่วนที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ แม้มีเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน แต่สภาพพื้นที่เป็นลักษณะลาดชันสูง ซึ่งอาจเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารสิทธิอาจได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของคณะอนุฯ พบว่าในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย มีปัญหาการก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมายลักษณะเดียวกันกว่า 320 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเกินขีดความสามารถในการดำเนินการเพียงลำพัง เนื่องจากเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องเพื่อนำไปรายงานต่อคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงและร่วมแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายต่อไป
นายอภินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง มองว่าการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวโดยใช้นอมินีคนไทย เพื่อถือครองที่ดินและก่อสร้างอาคารผิดกฎหมาย เป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการยึดครองพื้นที่ของชาวต่างชาติ โดยจะนำปัญหานี้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อเร่งผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนความเสียหายจะขยายวงกว้าง
นายอภินันท์ ยังระบุด้วยว่า แม้ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะหัวหน้าสูงสุดของทุกหน่วยงานในพื้นที่ ต้องเข้ามาขับเคลื่อนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากกฎหมายใดล้าหรือบทลงโทษอ่อนเกินไป ก็จำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขให้ทันสมัยและบังคับใช้ได้จริง โดยกล่าวทิ้งท้ายในนาม สว. กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง



