เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากวันในวันที่ 13 พ.ค. นี้ จะเป็น วันพืชมงคล หรือ วันแรกนา ตามประเพณีเก่าแก่ ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดกันมายาวนานของคนไทยที่มี พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำการเกษตรเพาะปลุกพืชผลของเกษตรกรไทย จากการติดตามความพร้อมของเกษตรกรที่ทำนาในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.ลพบุรี ที่มีการปลูกข้าวกันมากคือ อำเภอเมือง อ.บ้านหมี่ และอ.ท่าวุ้ง พบว่าเกษตรกรจำนวนมากได้เร่งสูบน้ำเข้านา ทำการไถดิน ตีดิน ทั้งนี้เป็นการพื้นที่ในการหว่านเมล็ดพันธ์ข้าวลงแปลงนา และปักดำข้าว ในวันพืชมงคล ตามความเชื่อที่ว่า การเริ่มลงมือเพาะปลูกหลังพิธีแรกนาขวัญจะช่วยเสริมขวัญ และกำลังใจให้เกษตรกร ช่วยให้ข้าวน้ำอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตงอกงามเต็มเม็ดเต็มหน่วย

จากการสอบถามเกษตรกรที่ทำนา บอกว่า เป็นความหวังในปีนี้คืออยากให้ข้าวมีความงอกงามให้ผลผลิตดี ราคาข้าวก็อยากได้ราคาดีทางการเกษตรมีราคาดี ที่จะทำให้เกษตรกรที่ทำนายังพอมีกำไร มีเงินเลี้ยงดูครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงยึดถือความเชื่อในวันพืชมงคลนั้นเป็นวันดีที่มีการสืบทอดประเพณีดังกล่าวกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษว่า ทั้งนี้ในวันดังกล่าวเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะเริ่มต้นในการเพาะปลูกข้าว โดยเชื่อว่าจะส่งผลให้ข้าวมีความเจริญงอกงามและให้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งในการเริ่มการปลูกข้าวในวันพืชมงคลที่เชื่อว่าเริ่มต้นดีธัญญาหาร จะมีความงอกงามสมบูรณ์ตลอดฤดูกาล จึงบทำให้เกษตรกรที่ทำนานได้มีการเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวกันอย่างคึกคัก

สำหรับในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.ลพบุรีที่มีการปลูกข้าวกันมากก็จะอาศัยน้ำจากแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางขาม และน้ำตจากคลองชลประทานสายชัยนาท – ป่าสัก ขณะที่นาข้าวบางแปลงก็ได้มีการบอกกล่าวพระแม่โพสพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาผืนดินและนาข้าว ให้ช่วยบันดาลให้น้ำท่าและพืชผลในนามีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ให้มีแมลง นก หนู หรือโรคระบาดมารบกวน ให้ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งนี้ก็พบว่าในช่วงที่มีการเตรียมพื้นที่นาก็เริ่มที่จะมีฝนโปรยปรายลงมาเหมือนการรับรู้ของเทวดาฟ้าดิน โดยในปีนี้ชาวนาส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาข้าว เพื่อที่ชาวนาจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น




