เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา (รอง ผบ.กกล.บูรพา) สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจคลองหาด (ฉก.คลองหาด) และ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13, โดยกองร้อย ทพ.1304 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกับด่านศุลกากรอรัญประเทศ สนธิกำลังออกลาดตระเวนเข้มงวดในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายทุกรูปแบบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กระทั่งลาดตระเวนมาถึงแปลงที่ทำกิน บ.ป้ายเขียว ม.5 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน จอดอยู่ท่ามกลางพิรุธ ท้ายกระบะมีการบรรทุกสิ่งของมาเต็มพิกัด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าทำการตรวจสอบ พบชายสัญชาติไทยจำนวน 3 คน ทราบชื่อคือ นายนรินทร์ คนขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว โดยมี นายนฤทธิ์ นั่งโดยสารข้างกัน และนายจิระวัฒน์ คนขับรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา

จากการตรวจค้นท้ายรถกระบะทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง พบกล่องกระดาษสีน้ำตาลและกระสอบพลาสติกซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เปิดออกดูพบภายในอัดแน่นไปด้วยสินค้าต่างประเทศหลากชนิด อาทิ อาหารแห้ง ชากาแฟ และเครื่องสำอาง ซึ่งทั้งหมดไม่มีเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการทางศุลกากรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

จากการซักถามผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพอ้างว่า มีคนไทยไม่ทราบชื่อ-นามสกุล จ้างวานให้พวกตนมารับสินค้าดังกล่าวซึ่งถูกนำมาวางกองรอไว้ล่วงหน้าบริเวณป่าอ้อย จากนั้นจึงช่วยกันลำเลียงขึ้นท้ายรถกระบะ โดยยังไม่ทราบปลายทางแน่ชัดว่าต้องนำไปส่งที่ใด ซึ่งนายนรินทร์และนายจิระวัฒน์ได้ค่าจ้างคนละ 3,500 บาท ส่วนนายนฤทธิ์ได้ค่าจ้าง 500 บาท แต่สุดท้ายไปไม่รอดโดนรวบตัวได้เสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางรวมถึงรถกระบะทั้งหมดนำส่งด่านศุลกากรอรัญประเทศ เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ในข้อหานำเข้าหรือรับไว้ซึ่งของหนีภาษี พร้อมขยายผลล่าตัวนายทุนใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.