สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า ข้อมูลที่รวบรวมโดยเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพอากาศนานาชาติ (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยที่ศึกษาบทบาทของภาวะโลกร้อนต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เผยให้เห็นว่า เหตุไฟป่าตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 150 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมถึง 20%

นักวิจัยกล่าวว่า อุณหภูมิอาจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ส่งผลให้เกิดภัยแล้งและไฟป่าในวงกว้าง โดยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษ

 “ขณะที่ฤดูไฟป่าในหลายพื้นที่ทั่วโลกยังไม่รุนแรงมากนัก แต่การเริ่มต้นอย่างรวดเร็วนี้ ประกอบกับการคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ หมายว่าเรากำลังเผชิญกับปีที่มีไฟป่ารุนแรงเป็นพิเศษ” นายธีโอดอร์ คีปปิง ผู้สันทัดกรณีด้านไฟป่า จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน และเป็นส่วนหนึ่งของดับเบิลยูดับเบิลยูเอ กล่าว

ทั้งนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า ปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญ คาดว่าจะเริ่มก่อตัวในเดือน พ.ค. ซึ่งอาจทำให้เกิดภัยแล้งในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และหลายพื้นที่ในเอเชียใต้ รวมถึงน้ำท่วมในภูมิภาคอื่น ๆ และอาจส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น.

เครดิตภาพ : REUTERS