เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มีคนถามผมว่า ถ้าเราใช้เงิน 3,000 ล้าน เพื่อทำประชามติและมีผลประชามติแล้วว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ แต่รัฐบาลที่ริเริ่มทำประชามติกลับนิ่งเฉย จะมีบทลงโทษตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือ ไม่มี เพราะถ้ามีเขาคงไม่กล้าเสี่ยงทำ แต่ถามว่า ความเชื่อมั่น ศรัทธา ไว้วางใจในคำพูดของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร คำตอบคือ สำหรับคนทั่วไป หากรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คนมีเงินในกระเป๋าได้ คนทั่วไปอาจไม่รู้สึกว่ารัฐบาลทำผิด แต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาเห็นปัญหาหนักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเคยฝากความหวังว่า นักการเมืองจะมีสัจจะรักษาจุดยืนคำพูด ไม่ตลบแตลงปลิ้นปล้อน อาจจะรู้สึกในทางที่ไม่ดี แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่คิดบวก ให้โอกาสว่า การรักษาสัจจะยังจะเกิดขึ้นจริง โดย ครม. หรือ พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว”
โดยเร็ว คือ หนึ่งสัปดาห์ควรมี roadmap บอกประชาชน หนึ่งเดือน ควรมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมให้ประชาชนเห็น สามเดือน ควรบรรจุเป็นวาระการประชุมของรัฐสภาและเริ่มวาระหนึ่งได้ หากทุกอย่างยังว่างเปล่า สามเดือนจากนี้ จะกลายเป็นเริ่มต้นนับหนึ่งไล่รัฐบาล กูรูท่านหนึ่งกล่าวไว้



