นาย ดอน ไชเบนไรฟ์ รองประธานนักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจำนวน 469 รายทั่วโลก ครอบคลุมช่วงเวลา 3 ไตรมาส จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 68 พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า 54% ของซีอีโอร ะบุว่า การใช้ระบบอัตโนมัติของบริษัทายังจำกัดอยู่เพียงแค่ในงานบางประเภท และภายในสิ้นปี 71 มีเพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับเดิม โดย 32% จะนำ เอไอ ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ได้เองมาใช้เพื่อช่วยตัดสินใจ ขณะที่ 27% บอกว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม ซึ่งถือเป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัว
“ออโตโนมัส บิสซิเนส คือกลยุทธ์ที่เน้น เซล์ฟ-เลิร์นนิง ซอฟต์แวร์ เอเจนท์ หรือ ซอฟต์แวร์เอเจนท์ที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และใช้ แมชชีน คัสตอมเมอร์ส เป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ และสร้างมูลค่ารูปแบบใหม่ให้กับองค์กร ซึ่งบรรดาซีอีโอมองว่าการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นเป้าหมายเร่งด่วนในการดำเนินงาน ขณะที่ดิจิทัล บิสซิเนส เปลี่ยนสิ่งที่องค์กรทำ แต่ ออโตโนมัส บิสซิเนส จะเปลี่ยนวิธีการของสิ่งที่องค์กรนั้น ๆ กำลังทำอยู่”

ด้าน นาย เดวิด เฟอร์ลองเกอร์ รองประธาน นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า ซีอีโอเริ่มตระหนักว่า เอไอ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระบบอัตโนมัติไปอีกชั้นหนึ่ง แต่คือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจอัตโนมัตินี้ผู้บริหารต้องมีกรอบความคิดแบบเน้นขีดความสามารถเป็นสำคัญโดยให้ความสำคัญกับวิธีการทำงานและการส่งมอบคุณค่าในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามแม้ระบบอัตโนมัติและธุรกิจอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามในการแข่งขันได้เช่นกัน โดย 28% ของซีอีโอเชื่อว่ารายได้จากการทำธุรกรรม เช่น ค่าธรรมเนียมต่อครั้ง มีความเสี่ยงสูงสุดจากการเข้ามาของ เอไอ เนื่องจากเอไอ เอเจนท์ สามารถข้ามขั้นตอนของระบบตัวกลางที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือมีความสามารถในการต่อรองและกำหนดราคาได้แบบเรียลไทม์
“เมื่อ AI Agent เข้ามาจัดการการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติ พวกมันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกินและความไร้ประสิทธิภาพที่เดิมทีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนนั้น สิ่งนี้บีบให้ผู้บริหารต้องคิดโมเดลกำไรเสียใหม่และเปลี่ยนไปใช้โมเดลรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring) หรือเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียกำไร” นาย เดวิด เฟอร์ลองเกอร์ กล่าว
ทั้งนี้ มีซีอีโอเพียง 17% เท่านั้นที่บอกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฐานลูกค้าอันเนื่องมาจาก AI เทียบกับ 39% ในยุคดิจิทัล โดยผู้นำธุรกิจส่วนใหญ่เน้นการใช้ AI เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและขยายไปสู่ “Machine Customers มากขึ้น”

การ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี 69 จำนวนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหน่วยธุรกิจหรือช่องทางการขายเฉพาะเพื่อเข้าถึงตลาด Machine Customers ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 67
สำหรับผู้บริหารระดับสูง ข้อมูลนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างระบบที่รองรับการตัดสินใจของทั้ง “มนุษย์” และ “เครื่องจักร” โดยต้องยึดถือความเชื่อมั่น, ความแม่นยำและความสมบูรณ์ของข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
“เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี้ ทั้ง CEO และ CIO จะต้องเป็นผู้นำขององค์กรในการรื้อรากฐานการดำเนินงาน และออกแบบโครงสร้างด้านบุคลากร สินทรัพย์ และการเงินใหม่ทั้งหมด” นาย ดอน ไชเบนไรฟ์ กล่าว



