หากใครที่มีอาการปวดหัวบ่อย ๆ  ตามัว หรือชาครึ่งซีกโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติของเนื้องอกในสมอง หากตรวจพบไวตั้งแต่ช่วงระยะเริ่มต้นจะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทุกแง่มุมของโรคนี้ ตั้งแต่ประเภท สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการรักษา เพื่อให้คุณพร้อมรับมือและดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรักได้อย่างถูกต้อง


โรคเนื้องอกในสมอง คืออะไร

เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) คือกลุ่มเซลล์ที่เจริญเติบโตผิดปกติภายในกะโหลกศีรษะ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในเนื้อสมองโดยตรงหรือบริเวณโดยรอบ การเติบโตของเซลล์เหล่านี้อาจเป็นไปอย่างช้า ๆ หรือลุกลามอย่างรวดเร็วก็ได้ และเนื่องจากสมองถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ของกะโหลกศีรษะ ทำให้แม้ก้อนเนื้องอกในสมองจะมีขนาดเล็กก็สามารถกดทับเส้นประสาทและส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายได้


ประเภทของเนื้องอกในสมองมีอะไรบ้าง

แบ่งประเภทของเนื้องอกในสมองตามพฤติกรรมการเจริญเติบโตของเซลล์ได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  • เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Tumor) เนื้องอกที่เจริญเติบโตช้า มีขอบเขตการลุกลามชัดเจน และไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น แม้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่หากก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกดทับบริเวณสำคัญของสมอง ก็อาจเป็นอันตราย
  • เนื้องอกชนิดร้ายแรง (Malignant Tumor) คือเนื้องอกที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและรุกรานเนื้อเยื่อสมองโดยรอบ รวมถึงอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของระบบประสาทส่วนกลางได้ เนื้องอกประเภทนี้มักต้องการการรักษาที่เร่งด่วน


โรคเนื้องอกในสมองมีลักษณะอาการอย่างไรบ้าง

โรคเนื้องอกในสมอง อาการ

การทำความเข้าใจลักษณะของอาการเนื้องอกในสมองจะช่วยให้สังเกตเห็นสัญญาณของโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยโรคเนื้องอกในสมองจะมีลักษณะอาการหลัก ๆ 2 ช่วงดังนี้


อาการเริ่มแรก

เนื้องอกในสมองอาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อยจะมีอาการปวดหัวจี๊ด ๆ ปวดหัวตื้อ ๆ หนัก ๆ หรืออาจปวดหัวกินยาไม่หายโดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตามัวเล็กน้อย หรือความจำถดถอยที่ค่อย ๆ เป็นมากขึ้น ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคทั่วไป


อาการรุนแรง

เมื่อเนื้องอกในสมองมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกดทับเนื้อเยื่อสมองมากขึ้น ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการชักเกร็ง แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด กลืนลำบาก สูญเสียการทรงตัว รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพหรือสติสัมปชัญญะอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ทันที


สาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง

ในปัจจุบันพบว่าเนื้องอกในสมองเกิดจากความผิดปกติหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจากภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อมภายนอก

สาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง

  • เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนในเซลล์สมองที่ควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างผิดปกติและสะสมจนกลายเป็นก้อนเนื้องอกในสมอง
  • เนื้องอกในสมองบางประเภทไม่ได้เกิดจากในสมองโดยตรง แต่เกิดจากเซลล์มะเร็งของอวัยวะอื่น เช่น ปอด เต้านม หรือลำไส้แพร่กระจายเข้าสู่สมองผ่านกระแสเลือด


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง

  • การรับรังสี คนที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษะหรือคอ ไม่ว่าจะจากการรักษาโรคมะเร็งในอดีตหรือการสัมผัสรังสีในปริมาณสูง มีความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกในสมองมากกว่าคนทั่วไป
  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว หากมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นเนื้องอกในสมองก็อาจเพิ่มความเสี่ยงได้
  • อายุ แม้เนื้องอกในสมองจะสามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย แต่มักพบบ่อยขึ้นในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป


แนวทางการรักษาเนื้องอกในสมอง

การรักษาเนื้องอกในสมองในปัจจุบันแพทย์จะพิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมตามประเภท ขนาด และตำแหน่งของก้อนเนื้องอก รวมไปถึงอาการของผู้ป่วยอย่างเช่น อาการปวดหัวตรงท้ายทอย หรือปวดหัวด้านหลังกะโหลก ซึ่งจะมีแนวทางดังนี้

  • การผ่าตัด (Surgery) เป็นแนวทางหลักที่แพทย์มักเลือกใช้เป็นอันดับแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อนำก้อนเนื้องอกออกให้ได้มากที่สุด เพื่อลดแรงกดทับในสมองและบรรเทาอาการ 
  • การฉายรังสี (Radiation Therapy) ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์เนื้องอกหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโต มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดหรือในกรณีที่ก้อนเนื้องอกอยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ยาก
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) การใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งหรือชะลอการแบ่งตัว อาจให้ในรูปแบบยารับประทานหรือยาฉีด มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี


เนื้องอกในสมอง พบเร็ว รักษาไว โอกาสหายสูง

การรู้จักและเข้าใจเนื้องอกในสมอง ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการรักษา ถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรัก หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนตื่นแล้วปวดหัวเรื้อรัง หรือสังเกตพบความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมให้บริการวินิจฉัยและรักษาด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุด