สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ว่าทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการ “เปิดตลาดจีน” ให้ภาคธุรกิจสหรัฐเข้าถึงได้มากขึ้น
China's Xi Jinping told President Donald Trump that trade talks were making progress at the start of a two-day summit, but warned that disagreement over Taiwan could send relations down a dangerous path https://t.co/8cQqqfRXqS pic.twitter.com/RnFixlWKIH
— Reuters (@Reuters) May 14, 2026
ทั้งนี้ ทรัมป์พยายามผลักดันให้จีน “เพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าเกษตร” จากสหรัฐ เพื่อลดดุลการค้า และสนับสนุนให้มีการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากจีนในสหรัฐ พร้อมทั้งย้ำความคืบหน้าในการสกัดกั้นการหลั่งไหลของ “สารตั้งต้นเฟนทานิล” จากจีนเข้าสู่สหรัฐ
"It's an honor to be with you, it's an honor to be your friend, and the relationship between China and the USA is going to be better than ever before." – President Donald J. Trump ???????? pic.twitter.com/WZkoGeVqhv
— The White House (@WhiteHouse) May 14, 2026
เกี่ยวกับวิกฤติอิหร่าน ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” และช่องแคบฮอร์มุซต้องเป็นเส้นทางเดินเรือ “ที่เปิดกว้างและเสรี”
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า ในบันทึกสรุปการหารือของสหรัฐ ไม่มีการเอ่ยถึงประเด็นไต้หวันแต่อย่างใด ตรงข้ามกับที่สื่อจีนต่างพากันรายงานว่า สีเน้นย้ำเรื่องนี้อย่างหนักกับทรัมป์ ว่าสหรัฐ “ต้องจัดการให้ดี”.
เครดิตภาพ : REUTERS



