เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการทักท้วงว่า เหตุใดนอกจากการนำเงินมาเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท แล้วจะยังนำมาใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานอีก 2 แสนล้านบาทอีกด้วย ว่า ขออย่ามองจำนวนเงินดังกล่าว แยกเป็น 2 ส่วน แต่ให้มองว่าเป็นเงินเยียวยาทั้งคู่ แต่เงินเยียวยาในการที่นำไปเปลี่ยนผ่านพลังงาน เป็นการยิงปืนครั้งเดียวได้นกสองตัวคือ ช่วยประชาชนในภาวะเปลี่ยนผ่าน

ขอให้ไปถามประชาชนว่า วันนี้ต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยไป ธุรกิจอาจจะกระทบ คนจะตกงาน เพราะหากค่าต้นทุนสูงขึ้น กำไรสินค้าจะลดลง หรือบางคนขาดทุน ธุรกิจใหญ่ๆ อาจรองรับได้แต่ธุรกิจขนาดเล็กไม่มีอะไรรองรับ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีอะไรรองรับ หากปล่อยไปถึงตรงนั้น จะยิ่งเกิดความวุ่นวาย 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านติดใจในประเด็นงบเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ช่วยนายทุนมากกว่าช่วยประชาชน นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า ไม่ได้ช่วยนายทุน พ.ร.ก.ไม่ได้ตีเช็คเปล่า ทุกฉบับมีการเขียนกลไกอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตอนนี้คณะกรรมการกลั่นกรองประชุมอยู่ว่า จะมีกลไกอย่างไร ตนเน้นเรื่องของความโปร่งใส เพราะฉะนั้นจะให้เปิดเผยข้อมูลทุกอย่างว่า เราพิจารณาอะไรไป และการขอรายละเอียดของโครงการมา

“ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดสักโครงการหนึ่ง เราถึงให้กระทรวงต่างๆ หน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการมา 1.โครงการต้องช่วยประชาชน เยียวยาประชาชน ต้องช่วยให้ตรงเป้า ตรงจุด 2.ไม่ได้แค่ช่วยอย่างเดียว หรือเยียวยาอย่างเดียว แต่ต้องช่วยให้เขาเปลี่ยนผ่านได้ด้วย

3.ต้องช่วยให้เขาปฏิรูป หลังวิกฤติต้องให้เขาฟื้นกลับมาได้ดียิ่งขึ้น ถึงมีโครงการเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาทักษะแรงงานเข้ามาด้วย โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังพิจารณาอยู่ตอนนี้ที่มีคำว่า พลัสเข้ามา เพราะหลังจากช่วยบรรเทาผลกระทบแล้ว เราจะพลัสด้วยการสอนทักษะต่างๆ ให้ด้วย ช่วยทำให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ขายของตามตลาดสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารออมสิน ธนาคารของรัฐได้ด้วยเช่นเดียวกัน จะทำให้ช่วยลดการกู้นอกระบบ นี่คือความตั้งใจ

4.จะเน้นเรื่องความโปร่งใส ตนอยากให้โครงการทุกอย่างมีความโปร่งใส และเปิดเผย และ 5.ให้เอกชนมาร่วมนำเสนอได้ด้วย จะใช้ความโปร่งใสทำงานร่วมกับเอกชน ฉะนั้น จะมาบอกว่า ตีเช็คเปล่านั้น ไม่ใช่เลย โครงการทุกอย่างต้องโปร่งใส เป็นกระบวนการอนุมัติตามปกติ วันนี้ พ.ร.ก.มีจุดประสงค์อย่างชัดเจนและต้องทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รออีก 5 เดือน