เมื่อวันที่ 14 พ.ค. สำนักงาน ปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยดำเนินการในรายคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมจำนวน 2,100 รายการ 55 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 3,282 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 50 รายคดี

สำนักงาน ปปง. โดยนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน 12 คดี เป็นทรัพย์สิน 166 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 169 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ รายคดี น.ส.แตงไทย (สงวนนามสกุล) กรณี MR. LEAK YIM กับพวก กรณีขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พบข้อมูลความเชื่อมโยงการกระทำความผิดมูลฐานอื่น ๆ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท ซึ่งในการพิจารณาครั้งนี้ เลขาธิการ ปปง. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 สั่งยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 1 รายการ คือ เรือขนาดเล็ก ใช้ประกอบการอำนวยความสะดวกของเรือ PLEASURE YACHT ซึ่งมีคำสั่งให้ยึดไปก่อนหน้านี้แล้ว มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท (คำสั่ง ย.97/2569)

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้เคยใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 สั่งยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ของ น.ส.แตงไทย กับพวก (เพิ่มเติม) จำนวน 1 รายการ คือ เรือประเภท PLEASURE YACHT ชื่อ ATLAS รุ่นปี 2017 สัญชาติ CAYMAN ISLANDS พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมมูลค่าประมาณ 1,125 ล้านบาท (คำสั่ง ย.302/2568) ซึ่งปรากฏว่าเรือยอชท์ รุ่นปี 2017 สัญชาติ CAYMAN ISLANDS ดังกล่าวนี้ เป็นทรัพย์สินของของภรรยาคนปัจจุบันของนายเบน สมิธ ดังนั้น เรือขนาดเล็ก ที่ใช้ประกอบการอำนวยความสะดวกของเรือ PLEASURE YACHT มูลค่า 30 ล้านบาทนี้ พบข้อมูลว่าเป็นของภรรยาคนปัจจุบันของนายเบน สมิธ เช่นเดียวกัน โดยเป็นเรือที่ไว้ใช้สำหรับผ่องถ่ายผู้โดยสารในการใช้เทียบท่า หรือเกาะทะเลต่าง ๆ ฉะนั้น รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับเรือยอชท์ และเรือขนาดเล็กที่ใช้ประกอบการอำนวยความสะดวก มีมูลค่ารวม 1,155 ล้านบาท

สำนักงาน ปปง. รายงานอีกว่า สำหรับรายคดี นายชวิศร์ (สงวนนามสกุล) กับพวก กรณีแสดงตนว่าเป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะ หลอกให้โอนเงินค่าลดกรรม เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 14 รายการ เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 36 ล้านบาท (คำสั่ง ย.100/2569)

สำนักงาน ปปง. รายงานต่อว่า รายคดีเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ กรณีนายวศิษฎ์ (สงวนนามสกุล) กับพวก โดยหลอกลวงผู้เสียหายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มีธุรกรรมการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ มีเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 38 รายการ สินทรัพย์ดิจิทัล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 68 ล้านบาท (คำสั่ง ย.105/2569)

สำนักงาน ปปง. รายงานด้วยว่า ส่วนรายคดีนายรณภัทร (สงวนนามสกุล) กับพวก กรณีกลุ่มเครือข่ายลักลอบทำบัตรประชาชนให้บุคคลผู้ไม่มีคุณสมบัติ หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนที่จะทำบัตรประชาชน เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1 รายการ เป็นเงินสด รวมมูลค่าประมาณ 4 แสนบาท (คำสั่ง ย.103/2569)

สำนักงาน ปปง. ระบุอีกว่า รายคดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรณีนายนรา (สงวนนามสกุล) กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 39 รายการ เช่น เงินสด ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท (คำสั่ง ย.106/2569)

นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ยังได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 33 รายคดี เป็นทรัพย์สินกว่า 771 รายการ มูลค่าประมาณ 293 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้วไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

รายคดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรณี นายชนนพัฒฐ์ (สงวนนามสกุล) กับพวก โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ อาทิ หุ้น และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569)

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีสำนวนรายการทรัพย์สินของ สส.ชนนพัฒฐ์ จำนวน 12 รายการ มูลค่า 12 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.81/2569 ดังกล่าวนี้ เป็นสำนวนที่เกี่ยวกับคดีเว็บพนันออนไลน์ ชื่อ www.gimi88.com ที่ก่อนหน้านี้สำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมไว้แล้ว เพื่อให้เจ้าของทรัพย์สินได้เข้ามาชี้แจงแสดงความสุจริตของการได้มาซึ่งทรัพย์สินภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 7 มิ.ย.69 ปรากฏว่าเจ้าตัวได้เข้ามาชี้แจง แต่ถ้อยคำให้การชี้แจงการได้มาทรัพย์สินฟังไม่ขึ้น ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดี จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ส่งสำนวนรายการทรัพย์สินดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการ เพื่อเสนอต่อศาลแพ่งให้ยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

รายคดี นายเอื้ออังกูร (สงวนนามสกุล) กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติม จำนวน 192 รายการ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท (คำสั่ง ย.78/2569)

รายคดี นายกฤตภพ (สงวนนามสกุล) กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติม จำนวน 220 รายการ เช่น ที่ดิน หุ้น เครื่องประดับ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 58 ล้านบาท (คำสั่ง ย.54/2569)

รายกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรณีนายทวีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) กับพวก โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 49 รายการ เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท (คำสั่ง ย.70/2569)

รายคดี นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 13 รายการ (ที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท (คำสั่ง ย.84/2569)

อนึ่ง ในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระหรือความผิดที่มีผู้เสียหายนั้น สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายในรายคดีที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหายและจำนวนความเสียหายภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นสำนักงาน ปปง. จะตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายและจำนวนความเสียหายเพื่อพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป โดยผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไชต์สำนักงาน ปปง. (www.amlo.go.th)

สำนักงาน ปปง. ปิดท้ายว่า ปปง. ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สิน 1,163 รายการ มูลค่าประมาณ 2,820 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ รายคดีพระราชวิสุทธิประชานาถ (นายอลงกต) กับพวก อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (วัดพระบาทน้ำพุ) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 20 รายการ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)

รายคดีพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม) กับพวกอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (วัดไร่ขิง) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 205 รายการ มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.279/2568)

รายคดีนายสฤษฎ์ กับพวก กรณีเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยมีผู้เสียหายที่ได้รับความคุ้มครองแล้วส่วนหนึ่ง ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย โดยเป็นกรณีมีผู้เสียหายเพิ่มเติม (รวมผู้เสียหายที่ได้รับการคุ้มครองทั้งหมดจำนวน 817 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 130 รายการ มูลค่าประมาณ 2,552 ล้านบาท (คำสั่ง ย.193/2567)

อนึ่ง กรณีที่ปรากฏตามข่าวที่มีบุคคลกล่าวอ้างว่ารู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารสำนักงาน ปปง. โดยสามารถวิ่งเต้นคดีเพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบธุรกรรม หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์สิน ตลอดจนสามารถดำเนินการให้มีการคืนทรัพย์สินโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้นั้น สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากในการตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมถึงอำนาจในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรภายนอก สำนักงาน ปปง. จึงขอยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดสามารถแทรกแซงหรือมีอิทธิพลเหนือกระบวนการดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นบุคคลที่แอบอ้างในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ปปง. โดยตรง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.