เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ตำรวจ สภ.เมืองระยอง คลี่คลายคดีสะเทือนขวัญ หลังตามแกะรอยจับกุมตัว นายสราวุธ หรือ “สิงห์” อายุ 43 ปี ชาว จ.อุทัยธานี ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงคอลูกพี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงรถกระบะหลบหนีข้ามจังหวัด โดยนำรถของกลางไปจอดทิ้งไว้ที่ จ.ปราจีนบุรี แล้วหลบหนีต่อ กระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจในพื้นที่ จ.นครนายก ขณะที่การตรวจสอบประวัติพบเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ จ.ระยอง มาแล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายวานนี้ (11 มิ.ย.) เกิดเหตุอุกอาจบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านดอน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง โดยนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกพี่ของผู้ก่อเหตุ ถูกนายสราวุธใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 5 นิ้ว แทงเข้าที่บริเวณลำคอ 2 แผลจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่คนร้ายจะชิงรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กฉ 2474 หนองบัวลำภู หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายสราวุธ หรือ “สิงห์” หนึ่งในลูกน้องแก๊งเงินกู้รายใหญ่ในพื้นที่จ.ระยอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้บริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เมื่อเข้าตรวจสอบพบเป็นรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าและหลัง จึงทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ
ภายหลังการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสและชิงไปจากพื้นที่ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง โดยผู้ต้องหาได้นำรถมาจอดทิ้งไว้ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่ออำพรางเส้นทางการหลบหนี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อไป
พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เร่งกดดันและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง นายสราวุธได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.นครนายก ก่อนถูกควบคุมตัวและประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองระยอง เข้ารับตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายสราวุธ เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านขายของชำในพื้นที่ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และยังมีหมายจับในคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปอีกด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และ “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสอบสวนขยายผลถึงชนวนเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุอย่างละเอียดต่อไป.



