เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)ว่า ได้กำชับให้เร่งดำเนินนโยบายระยะเร่งด่วน(ควิกวิน) โดยเร่งรัดการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษ(ด่วน) สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก โดยให้แล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ตลอดเส้นทางในปลายปี 2569 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 เบื้องต้นจะไม่เก็บค่าผ่านทางจนกว่างานระบบจัดเก็บค่าผ่านทางระบบควบคุมจราจร และระบบสื่อสาร จะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2570 นอกจากนี้ให้เร่งเปิดประกวดราคา(ประมูล) โครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้ว ได้แก่ โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ระยะ(เฟส)ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร(กม.)

โครงการนี้แม้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว แต่ต้องเสนอ ครม. พิจารณาในเดือน มิ.ย.อีกครั้ง เนื่องจากมีการปรับแบบอุโมงค์ให้มีขนาดเล็กลง จากเดิมกว้าง 17 เมตร เหลือ 14 เมตร เพื่อคงกรอบวงเงินก่อสร้างให้เท่าเดิมที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพราะปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง และการขนส่งมีต้นทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น ก็มีความเสี่ยงธรณีมากขึ้น แต่ยืนยันว่าการปรับลดขนาดอุโมงค์ดังกล่าว ยังมีความปลอดภัยในการใช้ทาง และยังคงจำนวนช่องจราจรเท่าเดิม ทั้งช่องรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ คาดว่าหาก ครม.เห็นชอบ จะเปิดประมูลได้ภายในเดือน ก.ค.2569 ได้ผู้ชนะการประมูลปลายปี 2569 เริ่มก่อสร้างปี 2570 เปิดบริการปี 2574

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงมีนโยบายให้ใช้ทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ช่วงกะทู้-ป่าตองฟรีหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ให้ฟรีแล้ว เพราะจากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่พร้อมจ่ายค่าผ่านทาง อีกทั้งหากให้ใช้ฟรีต้องให้กรมทางหลวง(ทล.) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ต้องเสียเวลาไปอีก 2-3 ปีกว่าจะได้ก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ได้มอบให้ กพท. ไปพิจารณาปรับลดค่าผ่านทางให้ถูกลงกว่าเดิม

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้โครงการทางด่วนยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) ระยะทาง 17 กม.  ขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ PPP เรื่องนี้สหภาพแรงงาน กทพ. ได้ยื่นหนังสือคัดค้านถึงตน ซึ่งก็รับไปพิจารณาอีกครั้งก่อนตัดสินใจเสนอ ครม. โดยเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบ 200-300 รายให้ชัดเจน ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเดินหน้าโครงการ Double Deck แน่นอนหรือไม่ ได้สั่งให้ กทพ. จัดทำวิดีโอ และผลศึกษาประกอบการตัดสินใจ เพื่อดูว่าโครงการจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้มากเพียงใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 เดือนนี้

 นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หากพบว่าโครงการมีประโยชน์จริง ก็พร้อมผลักดันไม่ต้องการให้ล่าช้า แต่หากไม่คุ้มค่าก็ไม่ควรสร้างความคาดหวังต่อผู้ใช้ทาง หรือภาคเอกชน จะได้สรุปได้ว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง ทั้งนี้หากโครงการ Double Deck เดินหน้าจะเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการเจรจากับเอกชน เพื่อลดค่าทางด่วนตลอดสายจากพระราม 9 ถึงงามวงศ์วาน ให้เหลือไม่เกิน 50 บาทด้วย ขณะเดียวกันต้องมีการหารือเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้างด้วยเช่นกัน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการทางด่วน สายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ หรือ N2 เดิม ช่วงเกษตร-นวมินทร์) ระยะทาง 6.67 กม. คาดว่าจะเสนอ ครม. เดือน มิ.ย.นี้เช่นกัน โดยกรอบเวลาดำเนินการใกล้เคียงกันกับทางด่วน กะทู้-ป่าตอง ส่วนโครงการทางด่วนเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก – ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน – ถนนประเสริฐมนูกิจ) หรือ N1 เดิม จะใช้รูปแบบทางยกระดับเหมือนเดิม ไม่เป็นอุโมงค์ และการใช้ถนนเดิมแล้ว แต่ยอมรับว่าทำทางยกระดับยังติดปัญหาเรื่องพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ซึ่งเร็วๆ นี้ตนจะเข้าไปหารือกับอธิการบดี มก. เป็นการส่วนตัว ก่อนหารือกับสภามหาวิทยาลัยต่อไป เพื่อขอความร่วมมือให้โครงการนี้ได้เดินหน้าต่อได้

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) กล่าวว่า สำหรับกรณีโครงสร้างคานของงานก่อสร้างสัญญา 3 งานสร้างทางยกระดับจากรพ.บางปะกอก 9-ด่านดาวคะนอง โครงการทางด่วน สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเกิดการทรุดตัวถล่มลงมา บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางด่วนดาวคะนอง เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2568 นั้น กทพ. ได้ดำเนินการฟ้องร้องบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ITD ผู้รับจ้าง เรียกค่าเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท จากการเสียประโยชน์จากค่าผ่านทางด่วนที่มีการปิดด่านดาวคะนอง ในส่วนทางด่วนที่พังนั้น ทาง ITD ได้ดำเนินการก่อสร้างให้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ได้เรียกค่าเสียหายในส่วนนี้