เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดสถานการณ์ทหารกัมพูชายิงปืนยั่วยุทหารไทย 11 นัด คืนที่ผ่านมา ฝั่งโอร์เสม็ด กัมพูชา ตรงข้ามชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง และยิงที่ห้วยตามาเรีย รวมทั้งการเข้ามาขัดขวางการทำถนนชายแดนของไทยด้าน อ.บัวเชด และการที่รัฐบาลกัมพูชาพยายามประท้วงคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทโบราณสถานในพื้นที่ชายแดนต่างๆ ของ จ.สุรินทร์ ยิ่งส่งผลต่อความตึงเครียดในพื้นที่ หลังจากหยุดยิงมาแล้วร่วม 5 เดือน ทำให้ทหารไทยต้องตรึงกำลังเข้มและเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาตลอดแนวชายแดน

ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน แม้ยังคงหวาดระแวงว่าจะเกิดการปะทุสงครามรอบใหม่ขึ้นมาอีก แต่ต่างก็ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป และมีการเตรียมความพร้อมและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะชาวบ้านชายแดนในพื้นที่หมู่บ้านโอทะลัน ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่พบว่า ต่างพากันเร่งทำความสะอาดบังเกอร์ หลุมหลบภัย ที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลากลางของหมู่บ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น รวมทั้งเก็บเสื้อผ้า สัมภาระสิ่งของจำเป็นเตรียมใส่ไว้ในกระเป๋าอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนที่ไม่อาจคาดเดาได้

นายใหญ่ ปุ่มแก้ว อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 3 บ้านโอทะลัน อ.บัวเชด กล่าวว่า ให้ยิงกันให้จบๆ ไปเลย เอาให้เด็ดขาด ถ้ามีรอบ 3 ก็จัดให้จบถึงพนมเปญเลย ตอนนี้ก็เตรียมพร้อมอพยพไปตามศูนย์ที่เขาจัดให้ ตนก็กังวลอยู่ ไม่รู้ว่าจะยิงกันตอนไหน พื้นที่หมู่บ้านเราติดชายแดนไม่กี่กิโลเมตร เห็นเขมรยิงยั่วยุที่ช่องจอม ก็กังวลว่ามันจะเกิดเหตุรุนแรงบานปลายรอบ 3 อีก เลยพากันทำความสะอาดบังเกอร์ ถ้ามีเสียงปืนใหญ่ก็วิ่งเข้าบังเกอร์

นายสวรรค์ ชมโยธา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 3 บ้านโอทะลัน อ.บัวเชด กล่าวว่า ตนกังวลมาก ไม่เป็นอันทำมาหากิน กลัวเกิดรอบ 3 อยู่ชายแดนทำมาหากินลำบาก อยากให้รัฐบาลช่วยให้ปลอดภัยที่สุด และแก้ปัญหาให้จบ อย่าให้คาราคาซัง ประชาชนจะได้ทำมาหากินอย่างสบายใจ.