เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงถึงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นภาคธุรกิจเกี่ยวกับความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ ซึ่งระบุว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” อยู่ที่ 102,160 บาทต่อครั้ง ว่า ผลสำรวจดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ กกร. ชี้แจงที่มาของข้อมูล วิธีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน เพื่อตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของ คพ. เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริงหรือไม่ หากไม่มีหลักฐานเพียงพอ คพ. เห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อหน่วยงาน และขอให้ กกร. แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษอย่างเป็นทางการ เพราะถือเป็นการทำลายชื่อเสียงของกรมควบคุมมลพิษที่ทำงานเคียงข้างประชาชนมาตลอด 34 ปี โดยย้ำว่า หาก กกร. นำหลักฐานข้อมูลมาชี้แจงได้ และพบว่ามีการทุจริตจริง ก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่ากรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจอนุมัติหรือออกใบอนุญาตประกอบกิจการใด ๆ ให้ภาคเอกชน โดยอำนาจดังกล่าวเป็นของหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่ จึงไม่มีช่องทางเอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หน้าที่หลักของ คพ. คือการควบคุม กำกับ และแก้ไขปัญหามลพิษ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยังตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการสำรวจของ กกร. ว่าใช้รูปแบบ Google Document ที่สามารถส่งต่อให้บุคคลทั่วไปกรอกข้อมูลได้ จึงอาจเกิดความคลาดเคลื่อนหรือระบุหน่วยงานผิดพลาดได้ นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดทั้ง 6 ข้อของการสำรวจ พบว่ามีเพียงประเด็นการตรวจสอบและกำกับดูแลที่อาจเชื่อมโยงกับการเรียกรับสินบนได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีตรวจพบการปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับคำสั่งให้แก้ไขภายใน 90-120 วัน โดยยังไม่มีการปรับเงินทันที และหากไม่แก้ไขตามกำหนด จะถูกปรับวันละ 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ส่งเข้ารัฐ จึงมองว่าตัวเลขสินบนเฉลี่ย 102,160 บาทที่ กกร. ระบุ ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานของ คพ. อย่างไรก็ตามยืนยัน คพ. จะยังคงดำเนินภารกิจด้านการควบคุมมลพิษและคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน.



